ทว่าจ้าวจี้ไม่แยแสวาจาบิดากับปู่ตัว เร่งรุดไปหยุดร่างเบื้องหน้าเมิ่งฉิง ค่อยกล่าวออกด้วยท่าทีแตกตื่น “เมื่อครู่ข้าเห็นจ้าววังนภาอุ้มคนๆหนึ่ง บุกฝ่ากลุ่มอาวุโสที่ลาดตระเวณขึ้นเหนือไปอย่างรีบร้อน!”
อา! โอ! ซูด!
…
ทันทีที่วาจานี้ของจ้าวจี้ลั่นดังออกมา ใบหน้าของทุกคนในคุกลับพลันเปลี่ยนสีไปทันที
‘ยามเปลี่ยนเป็นโจร’
จังหวะนี้ในใจของระดับสูงตำหนักฟ้าลี้ลับ ปรากฏคำ 4 คำขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงโดยมิได้นัดหมาย
ฟุ่บ!
ดั่งสายลมกรรโชกหอบหนึ่งพัดมาในคุกลับใต้ดิน ร่างเมิ่งฉินอันตรธานหายไปต่อหน้าต่อตาของทุกคน!
“ไปกัน!”
หลังจากนั้นอาวุโสผู้พิทักษ์อย่างกู่ซืออวิ๋นและจ้าวจินก็พุ่งร่างหายไปทั้งคู่
เหล่ารองจ้าวตำหนักคนอื่นๆก็เร่งรุดติดตามไปเช่นกัน
จ้าวเติงเองก็สะบัดมือใช้พลังหอบร่างจ้าวจี้ไปด้วย และในขณะที่ติดตามคนอื่นไปจ้าวเติงยังถามออกมา “จี้เอ๋อเจ้าเห็นชัดเจนหรือไม่? จ้าววังจูพาคนบุกฝ่าไปทางเหนือจริงๆ?”
“ท่านพ่อเรื่องนี้ข้าไม่กล้าล้อท่านเล่นหรอก! หากท่านไม่เชื่อข้า ท่านไปถามผู้อาวุโสที่ลาดตระเวนดูก็ได้ ทั้งหมดโดนซัดทำร้ายมากับตัว ไหนเลยยังจำผิดคนได้!”
กล่าวจบ จ้าวจี้ยังถามเพิ่มออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ท่านพ่อ…ท่านอย่าบอกนะว่าคนที่จ้าววังจูอุ้มไปเป็นฉีจิ้ง?”
“ใช่!”