สองตาจ้าวเติงทอประกายเย็นเยียบ “ข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าจูลู่ฉีจะหาญกล้าถึงเพียงนี้…กล้าลักพาตัวฉีจิ้งไปจริงๆ! ดูเหมือนมันจักได้ข้อมูลเคล็ดบำเพ็ญมารระดับสูงจากฉีจิ้งมาแล้วมิผิดแน่…และยังสมควรเป็นแนวทางอันชั่วร้ายไร้ซึ่งมนุษย์ธรรม!”
แค่พริบตาจ้าวเติงก็คาดเดาเรื่องราวได้
เรื่องนี้ทำให้จ้าวจี้อดไม่ได้ที่จะตกใจ ยังลอบปาดเหงื่อในใจอย่างลับๆ
ไม่ทันไรจ้าวตำหนักและอาวุโสผู้พิทักษ์ทั้ง 2 ก็มาถึงแนวลาดตระเวณสุดท้ายทางทิศเหนือ
ตอนนี้มีร่างอาวุโสกลุ่มหนึ่งที่แลดูบาดเจ็บสาหัส ประคองตัวอยู่กลางอากาศ
“ท่านจ้าวตำหนัก ท่านจ้าววังจูอาศัยช่วงเวลาที่พวกเรากำลังจะออกกะบุกจู่โจมเข้ามาอย่างที่พวกเรามิทันได้ตั้งตัว ก่อนที่จะอุ้มร่างคนผู้หนึ่งหลบหนีไป…ทั้งยังมอบ ‘ป้ายหยก’ ชิ้นนี้ฝากไว้ให้ท่าน”
อาวุโสตำหนักฟ้าลี้ลับคนนั้นกล่าวรายงาน ก่อนที่จะยื่นป้ายหยกแผ่นหนึ่งให้เมิ่งฉิงทันที
เมิ่งฉิงที่มีสีหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์รับป้ายหยกมาถือ ก่อนที่จะถ่ายทอดพลังลงไปทันที
กระทั่งยังจงใจปล่อยให้เสียงดังออกมา
เสียงจากป้ายหยกดังว่า “ท่านจ้าวตำหนัก เคล็ดบำเพ็ญมารระดับสูงที่ฉีจิ้งบ่มเพาะที่แท้เป็นเคล็ดมารกลืนหยินที่เคยโด่งดังในอดีต…กลวิธีบ่มเพาะนับว่าชั่วร้ายและไร้ซึ่งมนุษย์ธรรมนัก”