“หากท่านพบ มิพ้นมันต้องถูกทำลายก็ต้องถูกปิดผนึกให้ฝุ่นเกาะอยู่ในคลังของตำหนักฟ้าลี้ลับเราเป็นแน่…ดังนั้นข้าจึงตัดสินใจลักพาตัวฉีจิ้งหนีไป เพราะข้าต้องการฝึกฝนเคล็ดมารกลืนหยินนั่น…เพื่อใช้มันล้างความอัปยศที่เฝิงปู่อี้รองผู้นำตลาดมืดหยินชานยัดเยียดให้ข้าวันนั้น!”
เสียงที่ดังขึ้นเป็นเสียงของจูลู่ฉีนั่นเอง “ข้าคิดว่าด้วยพลังของข้า เป็นเช่นนี้ต่อไปชั่วชีวิตคงมิมีวันล้างแค้นเฝิงปู่อี้ได้แน่…มีเพียงพึ่งเคล็ดมารกลืนหยินนี่เท่านั้น ถึงจะทำให้ข้ามีหวังล้างแค้นมันได้! เรื่องนี้ข้าไตร่ตรองคิดทบทวนอยู่นาน และในที่สุดก็เลือกจะลักพาตัวฉีจิ้ง เพื่อครอบครองเคล็ดมารกลืนหยิน”
“ขอท่านจ้าวตำหนักโปรดวางใจ ตราบใดที่ข้าฝึกฝนเคล็ดมารกลืนหยินจนสำเร็จ ข้าจะกำจัดฉีจิ้งทิ้งเพื่อขจัดเสี้ยนหนามสุดท้ายของตำหนักฟ้าลี้ลับ…และตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจูลู่ฉี ขอตัดขาดกับตำหนักฟ้าลี้ลับ เรื่องราวที่ข้าจะกระทำในภายภาคหน้า มิมีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับตำหนักฟ้าลี้ลับ ยิ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับวังนภา!”
“ข้าหวังว่าท่านจ้าวตำหนักจักเมตตาลูกศิษย์ของข้า ทั้งหมดล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์และมิมีส่วนรู้เห็นอันใดกับเรื่องนี้ทั้งสิ้น อย่าได้ทำร้ายหรือสร้างความลำบากให้เด็กน้อยทั้งหลาย…ขอวิงวอนขอความเมตตาทั้งขอขมาต่อท่านสักครั้ง!”
ข้อความเสียงในป้ายหยกดังถึงตรงนี้ เสียงของจูลู่ฉีก็ดับไป
“เคล็ดมารกลืนหยิน!”