หน้าจ้าวจินที่ถูกโต้แย้งมืดดำลงทันใด มันหันไปมองกู่ซืออวิ๋นด้วยสายตาไม่พอใจ ทว่าในขณะที่มันคิดจะกล่าวแย้งอะไรออกมาสืบต่อ ระดับสูงของตำหนักฟ้าลี้ลับโดยรอบพลันกล่าวออกมาเสียก่อน
“ข้าเห็นด้วยกับผู้พิทักษ์กู่!”
“ข้าเองก็เห็นด้วยกับผู้พิทักษ์กู่!”
“ข้าเห็นด้วยกับผู้พิทักษ์กู่เช่นกัน”
……
เรียกว่าเหล่าระดับสูงของตำหนักฟ้าลี้ลับในที่เกิดเหตุ เห็นชอบกับข้อเสนอของกู่ซืออวิ๋นหมด ทำให้จ้าวจินกลืนคำที่คิดกล่าวลงคอไปทันที
ต่อให้มันไม่ยินยอม แต่ตอนนี้ก็จำต้องทน…
ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องที่พลังฝีมือของมันเพียงทัดเทียมกับกู่ซืออวิ๋นไม่ได้เหนือกว่า ตอนนี้ทุกคนยังเห็นชอบกับกู่ซืออวิ๋นอย่างเป็นเอกฉันท์! มันจะแย้งอะไรได้อีก?
สุดท้ายมันก็เป็นแค่อาวุโสผู้พิทักษ์ ไม่ใช่ยอดฝีมือไร้ผู้ต้าน…
“ข้าเชื่อมั่นว่าหากเคล็ดบำเพ็ญมารของฉีจิ้ง มิใช่เคล็ดมารกลืนหยินแต่เป็นเคล็ดบำเพ็ญมารระดับสูงที่มีแนวทางปกติ จ้าววังจูคงไม่เสี่ยงก่อการเช่นนี้…และจากวาจาที่ยังคิดถึงตำหนักฟ้าลี้ลับเราของจ้าววังจู เห็นชัดว่าโทษยังไม่ควรถึงตาย! ทว่าโทษตายเว้นได้แต่โทษเป็นยังอยู่! เพราะความผิดบาปที่กระทำไม่อาจละเว้น ผู้พิทักษ์ทั้ง 2 พวกท่านรับผิดชอบเรื่องพาตัวจ้าววังจูกลับมา!”
ภายใต้สายตาของทุกคน เมิ่งฉิง จ้าวตำหนักพลันกล่าวสั่งออกมา และวาจานี้เป็นดั่งประกาศิตตัดสินเรื่องราว!