“เฮ่อ…ความบาดหมางระหว่างศิษย์พี่จูกับเฝิงปู่อี้ ในสายตาพวกเรามันอาจเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ…แต่ใช่ทุกคนลืมไปแล้วหรือไม่ว่าศิษย์พี่จูเป็นคนเช่นไร? ลองคิดดูหากเป็นพวกเราถูกกระทำเช่นนั้นจักมีโมโหถึงเพียงไหน กระทั่งข้าเองก็คงอึดอัดแทบตายเป็นแน่หากเฝิงปู่อี้ทำกับข้าเช่นนั้น…ศิษย์พี่จูยิ่งแล้วใหญ่”
จ้าววังปฐพีกล่าวออกด้วยน้ำเสียงทอดถอน “ศิษย์พี่จูเลือกหนทางเช่นนี้แม้จะสร้างความแปลกใจให้พวกเราอยู่บ้าง แต่ข้าก็พอเข้าใจ…”
“เพื่อเฝิงปู่อี้คนเดียวกลับยินยอมเป็นศัตรูกับทั่วหล้า….คุ้มกันแล้วหรือ…”
จ้าววังลี้ลับเองก็กล่าวออกด้วยน้ำเสียงสะทกสะท้อน
“ท่านจ้าวตำหนัก จ้าววังนภาจูลู่ฉีกลับลักพาตัวฉีจิ้งทั้งเคล็ดมารกลืนหยินไป! นับว่ากระทำผิดร้ายแรงอย่างที่มิอาจอภัยให้ได้ พวกเรามิอาจละเว้น! พบเห็นต้องจับตายสถานเดียว!!”
อาวุโสผู้พิทักษ์ จ้าวจิน กล่าวออกเสียงเหี้ยม
“ก่อนจ้าววังจูจากไปก็ได้ลั่นวาจาทิ้งไว้ว่าขอตัดขาดกับตำหนักฟ้าลี้ลับเรา เห็นได้ชัดว่ามีเจตนาดีไม่อยากให้ตำหนักฟ้าลี้ลับเราพลอยถูกผู้คนครหาไปด้วย! ถึงแม้จะกระทำผิดร้ายแรง หากแต่คุณงามความดีในกาลก่อนจ้าววังจูก็มีไม่น้อย หากพบเจอตัวเพียงหยุดไว้ นับตัวมากักขัง และระวังมิให้บ่มเพาะเคล็ดมารกลืนกินก็พอ…ความผิดยังไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นต้องจับตาย…”
กู่ซืออวิ๋น อาวุโสผู้พิทักษ์อีกคนเห็นต่าง
เรียกว่าข้อเสนอของอาวุโสผู้พิทักษ์ทั้ง 2 ต่างกันคนละเรื่อง