น้ำเสียงเฉยเมยของฉีจิ้งดังขึ้นในใจจ้าวจี้ “ง่ายดายนัก…ตราบใดที่เจ้าช่วยให้ข้ารอดชีวิตจากที่นี่ไปได้ ข้าจะค่อยๆถ่ายทอดเคล็ดบำเพ็ญมาร มารกลืนหยินให้เจ้าทีละส่วนๆ”
ท้ายประโยค เสียงฉีจิ้งกล่าวออกคล้ายเป็นเรื่องง่ายดาย
“นั่นเป็นไปไม่ได้!”
จ้าวจี้ไม่คิดเลยว่าฉีจิ้งจะเรียกร้องเรื่องเหลวไหลแบบนี้!
ช่วยชีวิตฉีจิ้ง?
ล้อกันเล่นรึไง!
ถึงมันจะเป็นหลานชายของอาวุโสผู้พิทักษ์และบุตรชายของรองจ้าวตำหนัก แต่ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่จะช่วยฉีจิ้งไปจากที่นี่!
เว้นเสียแต่ปู่กับบิดาของมัน จะให้ความช่วยเหลือจากมันอีกทาง
ทว่านั่นเป็นไปไม่ได้
จ้าวจี้รู้ดีว่าแม้ปู่กับบิดาของมันจะตามใจมันมากแค่ไหน แต่หากมันบอกว่าคิดจะฝึกปรือบ่มเพาะพลังด้วยเคล็ดมารกลืนหยินล่ะก็ทั้งคู่ย่อมคัดค้านหัวชนฝาแน่!!
ไม่ใช่ว่าบิดากับปู่ของมันรับไม่ได้กับความชั่วร้ายที่สวรรค์ยังยากจะอภัย แต่บิดากับปู่ของมันกลัวมันตกเป็นเป้าของปวงชนหลังจากบ่มเพาะเคล็ดมารกลืนหยิน!
เพราะสุดท้ายแล้วในอดีต ผู้ฝึกมารที่บ่มเพาะด้วยเคล็ดมารกลืนหยินก็เป็นศัตรูของผู้คนทั้งใต้หล้า!
ยังมีข่าวลือบางอย่างพูดกันด้วยซ้ำ ว่าหลังจากขึ้นไปภูมิภาคเบื้องบนแล้ว ชีวิตของผู้ฝึกมารคนนั้นก็ใช่ว่าจะราบรื่นอะไร ยังต้องหลบซ่อนๆเยี่ยงสุนัขหางจุกตูดหรือมุกสิกขลาดเขลามุดท่อ