“ในเมื่อเป็นเช่นนั้นพวกเราก็มิจำเป็นต้องสนทนาใดกันอีก…ข้าจะรอให้ยอดฝีมือตำหนักฟ้าลี้ลับมาสืบค้นวิญญาณหลังจากที่วิญญาณของข้าฟื้นฟูแล้วกัน”
ฉีจิ้งยังส่งเสียง่านสำนักเทวะมาไม่หยุด ในวาจาแฝงเร้นไปด้วยความแดกดันราว ‘หมูตายไม่กลัวน้ำเดือด’
“เจ้าสมควรรู้ว่าด้วยความสามารถของข้า การจะช่วยเจ้าให้รอดไปจากที่นี่ยังยากกว่าปีนป่ายสวรรค์…เจ้าไม่สู้เปลี่ยนคำขอเถอะ!”
จ้าวจี้ส่งเสียงผ่านสำนึกเทวพไปต่อรอง
อย่างไรก็ตามคราวนี้ฉีจิ้งไม่สนใจจะตอบมัน
หากแต่การเงียบไม่ตอบของฉีจิ้ง ก็เป็นการตอบคำของจ้าวจี้ประการหนึ่ง
มันไม่เปลี่ยนเงื่อนไข
หากช่วยชีวิตมันได้ ก็จะได้รับเคล็ดมารกลืนหยิน
หาไม่แล้วก็อย่าหวัง
หลังจากที่ตะโกนผ่านสำนึกเทวะอีกพักหนึ่ง หากแต่ฉีจิ้งยังไม่ตอบสนอง ใบหน้าของจ้าวจี้ก็เผยความซึมเศร้าอับจนออกมา
“จี้เอ๋อ มีอันใดผิดปกติหรือ…รึว่าฉีจิ้งมันตอบคำเจ้า!?”
จ้าวเติงเอะใจเล็กน้อยเมื่อเห็นอยู่ๆสีหน้าของจ้าวจี้เปลียนไป
“บัดซบ! เจ้ากล้าเมินข้างั้นเหรอ!!”
สิ้นคำจ้าวเติง จ้าวจี้ก็หายจากอาการซึมเซา แถมยังกลายเป็นก้าวร้าวปานถูกฉีดเลือดไก่ ยกฝ่ามือขึ้นอย่างดุร้ายก่อนที่จะตบไปยังใบหน้าฉีจิ้งอย่างเกี้ยวกราด อีกทั้งยังง้างมือขึ้นสูงอีกครา ราวกับจะตบฟาดลงไปที่ขมับของฉีจิ้งที่นอนนิ่งบนเตียงให้แหลก!
“จี้เอ๋อนั่นเจ้าคิดจะทำอันใด!?”