สีหน้าจ้าวเติงเปลี่ยนไปมหันต์เมื่อเห็นจ้าวจี้ง้างมือผนึกพลัง ยังรีบพุ่งร่างออกไปคว้าข้อมือของจ้าวจี้เอาไว้อย่างร้อนใจ ขัดขวางไม่ให้จ้าวจี้ทุบลงไปจริงๆ!
“เจ้าเสียสติไปแล้วหรือไร! หากเจ้าฆ่ามันไม่เพียงแต่จ้าวตำหนักจะไม่ปล่อยเจ้าไป…แต่เจ้าจะกลายเป็นศัตรูร่วมของเหล่าอาวุโสทั้งหลายในตำหนัก!”
“แถมเพราะเรื่องนี้ ต่อไปในภายภาคหน้าไม่ว่าเจ้าประสบความสำเร็จมากเพียงใด ก็ยากที่จะได้ตำแหน่งจ้าวตำหนักมาครองแล้ว!”
วาจาท้ายประโยคของจ้าวเติงยังเปี่ยมล้นไปด้วยความรมณ์รุนแรงนัก
“ท่านพ่อข้าผิดไปแล้ว…”
ขณะเดียวกันจ้าวจี้ก็ก้มหน้าลงไปเล็กน้อยคล้ายรู้สึกสำนึกผิดหลังโดนบิดาดุด่า
“แต่ท่านพ่อ…มันต้องแกล้งหลับเป็นแน่! ถึงแม้วิญญาณของมันจะยังกระจัดกระจายไม่หายดี แต่ไม่ควรที่มันจะสาหัสถึงขั้นที่มิอาจสื่อสารกับผู้คนได้”
วาจาท้ายประโยคของจ้าวจี้แฝงเร้นไปด้วยความขุ่นขึ้ง
ทำราวกับมันไม่อาจติดต่อสื่อสารกับฉีจิ้งได้จริงๆ
เหตุผลที่มันต้องแสดงละครเช่นนี้ เพราะมันไม่อยากให้บิดาล่วงรู้ ว่ามันได้ติดต่อกับฉีจิ้งแล้ว…
เพราะสุดท้ายแล้วบทสนทนาที่พวกมันหารือกันก็ไม่อาจเปิดเผยให้คนนอกล่วงรู้!
“สมแล้วที่เป็นนายน้อยจ้าวจี้…จึกๆดูเอาเถอะ ท่านกลับสามารถโกหกหลอกลวงบิดาได้หน้าตาเฉยถึงเพียงนี้…ฮัยยา หากข้าเป็นบิดาของท่าน มิแคล้วคงต้องกระอักโลหิตสัก 3 ถังหากรู้ว่าท่านโกหก!”