ฉีจิ้งที่เงียบไปนาน อยู่ก็กล่าวคำค่อนแคะผ่านสำนึกเทวะ
“ฉีจิ้งเจ้าอย่าได้ใจให้มันมากนัก! ข้าไม่แน่ว่าจะมีวิธีช่วยชีวิตเจ้าไปจากที่นี่ได้…และถ้าข้าไม่มีวิธีเจ้าได้ตายแน่!!”
จ้าวจี้ส่งเสียงผ่านสำนึกเทวะไปอีกครั้ง
“โอ้! หากกระทั่งนายน้อยอย่างท่านจ้าวจี้ผู้สูงส่งยังมิอาจช่วยชีวิตต้อยต่ำของข้าได้ เช่นนั้นข้าก็ได้แต่ยอมรับชะตากรรมแล้วล่ะ”
ฉีจิ้งกล่าวผ่านสำนึกเทวะออกมาอย่างเฉยเมย คล้ายไม่อนาทรร้อนใจใดๆว่าจะอยู่หรือตาย
“จี้เอ๋อถึงแม้มันจะแสร้งหลับแต่พวกเราก็มิอาจทำอะไรมันได้…ทว่าต่อให้มันเสแสร้งอย่างไร อีกครึ่งปีมันก็มิอาจเสแสร้งใดๆได้อีก จำต้องเผยทุกสิ่งยามถูกสืบค้นวิญญาณ…”
“และเมื่อตำหนักฟ้าลี้ลับเราได้รับข้อมูลเคล็ดบำเพ็ญมารระดับสูงนั่นมาจากมันแล้ว สิ่งเดียวที่รอคอยมันอยู่ก็คือความตาย…”
จ้าวเติงไม่คิดสงสัยจ้าวจี้ ยังพยายามกล่าวเพื่อให้บุตรชายสงบใจ “เจ้าไม่จำเป็นต้องลงมือกับคนที่ตายไปแล้ว…”
“ทราบแล้วท่านพ่อ”
จ้าวจี้พยักหน้า และหลังจากทำราวกับซึมซับวาจาสั่งสอนของบิดาจนเข้าใจแล้ว มันก็กล่าวคำลาทันที “ท่านพ่อข้าขอลาไปก่อน ข้าอยู่ที่นี่นานคงไม่ค่อยดีสักเท่าไหร”
“ไปเถอะ”
จ้าวเติงเดินออกไปส่งบุตรชายหน้าทางเข้าคุกลับใต้ดิน ก่อนที่จะย้อนกลับมา
ด้านจ้าวจี้ที่ออกมาจากคุกลับใต้ดิน ก็กลับบ้านมานั่งคิดหาหนทางจ้าละหวั่น