“ตอนนี้ในเมื่อเจ้ารู้แล้วว่าข้าฝึกฝนบ่มเพาะด้วยเคล็ดบำเพ็ญมารระดับสูง เช่นนั้นเจ้าสมควรรู้ด้วยว่าข้าใช้เวลาแค่เพียงปีเดียวทะลวงขอบเขตพลังจากเซียนขัดเกลาขั้นต้นมาจนถึงเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุด….เจ้าคิดว่าหากเป็นเคล็ดบำเพ็ญมารระดับสูงที่ใช้แนวทางฝึกปรือบ่มเพาะพลังธรรมดา…เรื่องพรรค์นี้มันจักเป็นไปได้หรือ?”
เผชิญหน้ากับคำถามของจ้าวจี้ ฉีจิ้งเลือกที่จะย้อนถาม…
“แล้วเรื่องชั่วร้ายที่จำเป็นต้องทำในการบ่มเพาะด้วยเคล็ดบำเพ็ญมารของเจ้าคืออันใด?”
จ้าวจี้กล่าวถามอีกครั้ง
“เฮอะ…กล่าวไปก็มิได้มีใดมาก เพียงแค่สูบกลืนพลังหยินและแก่นแท้โลหิตจากสตรีก็เท่านั้น! แต่หลังสูบกลืนแล้วพวกนางก็จักกลายเป็นซากศพแห้งเหี่ยว! หากเป็นสตรีพรหมจรรย์ผลลัพธ์ที่ได้จักเพิ่มพูนเป็นสองเท่า! ที่พลังฝึกปรือของข้าก้าวหน้าด้วยความเร็วอัศจรรย์ในเวลาแค่ปีเดียว เป็นเพราะข้าเลือกจะดูดกลืนพลังหยินและแก่นแท้โลหิตจากสตรีพรหมจรรย์…แน่นอนว่าพวกนางล้วนกลายเป็นซากร่างแห้งเหี่ยวทั้งสิ้น!!”
ฉีจิ้งกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเฉยเมย คล้ายไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องผิดแต่อย่างใด…