ไม่ว่าจะศิษย์หรืออาวุโสที่ลาดตระเวณด้านนอก หรือที่คอยคุ้มกันทางเข้าอะไรด้านใน ก็จำต้องไว้หน้ายอมให้มันผ่านทางแต่โดยดี เพราะเห็นแก่พลังอำนาจของสกุลจ้าว รวมถึงเห็นแก่จ้าวเติงและจ้าวจิน
“ท่านพ่อ…”
ดังนั้นจ้าวจี้จึงเดินตัวปลิวมาอย่างสบายๆไม่ติดอันใดทั้งสิ้น ทว่าพอมันเดินมาถึงหน้าประตูคุกลับใต้ดิน ก่อนที่มันจะได้เรียกหาบิดาจบคำ ก็ปรากฏร่างหนึ่งอันเสมือนผุดจากความว่างมาโผล่ตรงหน้า
ทั่วร่างของคนผู้นี้ยังเปี่ยมล้นไปด้วยจิตสังหารอันน่ากลัว
“ท่านพ่อ ข้าเอง!!”
สัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันน่ากลัวนี้ จ้าวจี้รีบร้อนกล่าวออกไปเสียงดังทันที
“จี้เอ๋อ ไฉนเจ้ามาถึงที่นี่ได้! ใยไม่ปิดด่านบ่มเพาะพลังให้ดีเล่า?”
ผู้ที่คล้ายจะผุดโผล่ออกมาจากอากาศว่างเปล่าขวางประตูคุกลับใต้ดินเอาไว้ไม่ใช่ใครอื่น เป็นรองจ้าวตำหนักที่ทำหน้าที่คุ้มกันคุกลับเดือนนี้…
บิดาของจ้าวจี้ จ้าวเติง!
เมื่อพบว่าผู้ที่อยู่เบื้องหน้าที่แท้เป็นบุตรชายของตัว จ้าวเติงก็สลายจิตฆ่าฟันทันที
“ท่านพ่อ ข้าพึ่งออกจากการปิดด่านมา พอได้ยินว่าท่านอยู่ที่นี่ก็เลยมาหา”
จ้าวจี้ยิ้มกล่าว
“มาหาข้าถึงที่นี่สมควรเป็นเรื่องโกหกมากกว่า…แท้ที่จริงเจ้ามาหาฉีจิ้งนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องล่ะสิ?”
ในฐานะบิดาของจ้าวจี้ ไหนเลยจ้าวเติงจะไม่รู้ความคิดบุตรชายตัวเอง
จ้าวจี้หัวเราะออกมาทันที
“แล้วปิดด่านบ่มเพาะคราวนี้ เจ้ามีผลเลิศล้ำอันใดหรือไม่?”