“ฮัยยาข้าก็คิดว่าเรื่องใหญ่อันใด! ที่แท้เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้…ไม่มีใดขัดข้องหรอก! จริงสิหากเจ้าว่างแล้วตอนนี้ก็ตามข้าไปหาท่านพ่อด้วยเลยดีกว่า ถึงท่านพ่อน่าจะปิดด่านอยู่แต่หากข้าไปเรียกเพราะเจ้ามาพบ ท่านต้องยินดีและรีบออกมาพบเจ้าแน่!”
กู่ลี่ตบหน้าอกตัวเองเพิ่มความมั่นใจให้ต้วนหลิงเทียน
“เอ่อ…นั่นไม่ดีมั้งพี่กู่ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก”
ต้วนหลิงเทียนเร่งส่ายหัวออกมาทันที
กู่ลี่ยิ้ม ไม่รอช้าอีกต่อไปมันลุกขึ้นยืนทันที ยังฉุดร่างต้วนหลิงเทียนขึ้น “มาเถอะน้องหลิงเทียน! ไปหาท่านพ่อข้ากัน! ท่านพ่อเองก็กลับมาพร้อมข้า ท่านอยากเจอเจ้านานแล้วแต่เห็นเจ้าปิดด่านอยู่ จึงมิมีโอกาสได้เจอเจ้าเสียที”
ภายใต้การนำของกู่ลี่ ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็ได้เจอกับกู่ซืออวิ๋น อีกฝ่ายเร่งออกมาต้อนรับขับสู้อย่างดี ทำให้เขารู้สึกปลื้มใจไม่น้อย
“เจ้าน่ะหรือหลิงเทียน! ยอดเยี่ยมสมคำร่ำลือนัก สมเป็นมังกรในมวลมนุษย์จริงๆ!!”
เมื่อกู่ซืออวิ๋นเห็นต้วนหลิงเทียน มันนก็ยิ้มแย้มแจ่มใส กล่าวชมไม่ขาดปาก ยังแลดูอัธยาศัยดีไม่คล้ายเป็นผู้พิทักษ์อาวุโสอะไร “รีบเข้ามานั่งก่อนเถอะ”
เหตุผลที่กู่ซืออวิ๋นค่อนข้างเป็นมิตรแบบนี้ เพราะต้วนหลิงเทียนเป็นสหายของบุตรชาย
ต้องทราบด้วยว่าในตำหนักฟ้าลี้ลับแห่งนี้ บุตรชายของมันไม่ค่อยมีสหายมากนัก โดยเฉพาะสหายที่สามารถเปิดใจได้อย่างต้วนหลิงเทียน นับว่ายังมีแค่คนเดียวเท่านั้น