และไม่ทันทีต้วนหลิงเทียนจะกล่าวใดเพิ่มเติม เป็นกู่ลี่ที่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังตามคาด “น้องหลิงเทียนแม้พวกเราจะพึ่งรู้จักกันได้ไม่นาน แต่พวกเราล้วนจริงใจต่อกัน แล้วเจ้าคิดว่าสหายที่คบหากันด้วยใจอย่างพวกเรา ยังจำเป็นต้องกล่าวถึงเรื่องหินเซียนอันใดด้วยหรือ?”
“เสี่ยวเทียน ลุงกู่มิเคยขาดหินเซียน! กล่าวบอกเจ้าตามตรงหากเจ้ามิใช่สหายอันดีของลี่เอ๋อ ให้เจ้ามอบหินเซียนให้ข้ามากมายเพียงใดข้าก็ไม่ช่วยเจ้าหรอก”
กู่ซืออวิ๋นยังกล่าวออกมา
“ลุงกู่ พี่กู่ เมื่อครู่เพราะข้าร้อนใจไปหน่อยจึงกล่าวไปไม่ทันคิด ต้องขออภัยต่อพวกท่านแล้ว”
ต้วนหลิงเทียนเร่งขอโทษออกมาจากใจทันที เขาเองก็ตระหนักได้แต่แรกแล้วว่าพูดผิดไป อย่างไรก็ตามวาจาที่กล่าวออกไปดั่งน้ำที่ไหลหกจากแก้วยากจะย้อนคืน เพียงเร่งแก้ไขเท่านั้น
ได้ยินคำขอโทษจากใจของต้วนหลิงเทียน ท่าทีของกู่ลี่กับกู่ซืออวิ่นจึงค่อยอ่อนลง
“เอาล่ะ ข้าจะให้คนไปทำสำเนาบันทึกเล่มนี้ แล้วกระจายไปให้คนรู้จักของข้าช่วยรวบรวมอีกแรง…อย่างไรก็ตามข้าต้องบอกเจ้าไว้ก่อนเลยว่า…ของที่เจ้าบันทึกไว้ในนี้บางชิ้นเกิดมาข้ายังมิเคยพบเจอด้วยซ้ำ! ข้าจึงไม่มั่นใจว่าจะรวบรวมมาให้เจ้าได้ทั้งหมด..”
กู่ซืออวิ๋นมองบันทึกคร่าวๆ มันย่อมยินดีให้ความช่วยเหลือสหายของบุตรชายอย่างต้วนหลิงเทียน