“พี่กู่ ท่านเป็นลูกชายของอาวุโสกู่ เช่นนั้นท่านต้องรู้ระดับพลังฝึกปรือของอาวุโสกู่ดี…ตอนนี้อาวุโสกู่สมควรอยู่ในขอบเขตเซียนปฐพีแล้วใช่หรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนที่มองกู่ลี่อยู่ก็นึกได้ว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็นบุตรชายของอาวุโสผู้พิทักษ์ เช่นนั้นต้องรู้ระดับพลังฝึกปรือของบิดาตัวเองดี
“ใช่”
ต่อหน้าต้วนหลิงเทียน กู่ลี่ก็ไม่คิดจะปกปิดอะไร “ท่านพ่อเองก็ทะลวงถึงเซียนปฐพีขั้นต้นเช่นเดียวกับจ้าวจิน”
“จ้าวจินเองก็มีพลังฝึกปรืออยู่ที่เซียนปฐพีขั้นต้นด้วยงั้นหรือ” ต้วนหลิงเทียนรู้สึกประหลาดใจ
“ใช่”
กู่ลี่พยักหน้า “จากที่ท่านพ่อข้าบอก ผู้ที่ทะลวงถึงขอบเขตเซียนปฐพีมีเพียงแค่ 4 คนเท่านั้น และผู้ที่ทรงพลังที่สุดก็คือท่านจ้าวตำหนัก ส่วนบิดาข้ากับจ้าวจี้อ่อนด้อยที่สุด”
“หืม? บรรลุขอบเขตเซียนปฐพี 4 คน? แต่อาวุโสผู้พิทักษ์ทั้ง 2 กลับมีพลังฝีมือรั้งท้าย?”
ลูกตาต้วนหลิงเทียนสว่างวาบขึ้นมาทันใด “ถ้างั้นนอกจากจ้าวตำหนักกับอาวุโสผู้พิทักษ์ทั้ง 2 …ยอดฝีมืออีกคนเป็นใครกัน…”
“เจ้าลองเดาดูสิ”
กู่ลี่หัวเราะ
เมื่อเห็นกู่ลี่หัวเราะออกมาแบบนี้ สองตาต้วนหลิงเทียนก็หยีลง ทันใดนั้นร่างหนึ่งพลันปรากฏในหัว “อ่า อย่าบอกนะว่าเป็นอาวุโสที่เฝ้าสระวิญญาณของวังนภา…บรรพจารย์ของท่านน่ะหรือพี่กู่?”
“ใช่!”