เท่าที่มันรู้คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องไม่ได้มีสัมพันธ์อะไรกับตำหนักฟ้าลี้ลับแม้แต่น้อย ไฉนจ้าวจี้ที่ขึ้นชื่อว่ารุ่นเยาว์ที่แข็งแกร่งที่สุดของตำหนักฟ้าลี้ลับถึงมาได้?
ในขณะที่หรงฟ่านกำลังสับสนงุนงง มันก็พบว่ามีร่างหนึ่งที่ไม่ทราบผุดโผล่มาจากที่ใด แต่อยู่ๆก็มาหยุดลอยค้างอยู่เบื้องหน้าจ้าวจี้!
เป็นชายวัยกลางคนที่แลดูทรงพลังน่าเกรงขาม อีกทั้งใบหน้ายังละม้ายคล้ายจ้าวจี้หลายส่วน!
‘คนผู้นั้น…หรือจะเป็นจ้าวเติงบิดาของจ้าวจี้…หนึ่งในรองจ้าวตำหนักฟ้าลี้ลับ?’
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าไฉนหรงฟ่านถึงเดาความเป็นมาจ้าวเติงได้ออก เพราะหน้าตาจ้าวจี้แทบจะถอดพิมพ์เดียวมาจากจ้าวเติง!
ชายวัยกลางคนผู้นี้คือจ้าวเติงแน่นอน!
“จี้เอ๋อ…ไฉนเจ้ามาได้เล่า?”
จ้าวเติงที่ปรากฏตัวออกมากลางหาว มองถามจ้าวจี้กับอีก 2 คนที่ติดตามจ้าวจี้มาด้วยความงุนงง
“มิใช่ว่าข้าบอกแล้ว ว่าให้เจ้ารออยู่ที่บ้านหรือไร?”
น้ำเสียงของจ้าวเติงเห็นได้ชัดว่าแฝงตำหนิ
“ท่านพ่อ ก็ข้าเห็นว่านี่มันก็นานแล้วแต่ท่านยังไม่กลับเสียทีข้าก็เลยตามมาดู…ว่าแต่นี่พวกท่านได้เคล็ดบำเพ็ญมารนั่นมาแล้วหรือยัง?”
จ้าวจี้มองถามจ้าวเติงด้วยสายตาร้อนแรงดังมีเปลวไฟลุกโชน
“เคล็ดบำเพ็ญมาร ต้องรอให้วิญญาณของฉีจิ้งฟื้นตัวอีกสักระยะ ถึงจะสามารถใช้วิชาควาญวิญญาณกับมันได้”
จ้าวเติงส่ายหัว “รอให้พวกเราจัดการเรื่องราวที่นี่จบ พวกเราจะพามันกลับไปตำหนักฟ้าลี้ลับ”
“อ่อ”