จูลู่ฉีที่ตอนนี้รู้สึกท้องไส้ปั่นป่วน สัมผัสได้ถึงรสสนิมเหล็กที่กำลังเอ่อล้นท่วมลำคอ หากแต่ด้วยศักดิ์ศรีของมัน ทำให้มันกล้ำกลืนฝืนรั้งเอาไว้ มิอาจปล่อยให้กระอักโลหิตออกมาต่อหน้าผู้คนมากมายได้
เห็นฉากนี้เหล่ารองจ้าวตำหนักทั้งหลายอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสมือนมีไอเย็นขุมหนึ่งแล่นวาบจากปลายเท้าจรดศีรษะ!
พลังฝีมือของพวกมันยังอ่อนด้อยกว่าจูลู่ฉีเสียอีก หากกระทั่งจูลู่ฉียังไม่ใช่คู่มืออีกฝ่าย เช่นนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงพวกมันแล้ว!!
ดังนั้นพอเห็นจูลู่ฉีบาดเจ็บ ถึงแม้พวกมันจะมีโมโหเพียงใด…พวกมันก็ไม่กล้าแม้แต่จะลงมือ!
เฝิงปู่อี้คนนี้ ทั้งหมดรู้กันดีว่าลักษณะนิสัยละม้ายคล้ายเหมือนกับผู้นำตลาดมืดหยินชานมากแค่ไหน! ทั้งคู่ล้วนเจ้าอารมณ์กระทำสิ่งใดตามใจตัว หากใครหาญกล้าทำอะไรขัดหูตา ไม่พ้นประสบชะตากรรมเดียวกับจูลู่ฉีแน่!!
“ตำหนักฟ้าลี้ลับของพวกเจ้า เว้นแต่จะเป็นจ้าวตำหนัก หรือผายลมเฒ่าทั้ง 2 นั่นที่มีพลังฝีมือพอใช้ได้…ที่เหลือล้วนไม่นับเป็นตัวอะไรในสายตาข้า เฝิงปู่อี้!”
เฝิงปู่อี้มองจูลู่ฉีก่อนที่จะว่ายตามองคนอื่นๆอย่างไร้แยแสค่อยกล่าว “ข้ามาที่นี่ครั้งนี้ไม่คิดเสวนากับพวกเจ้า…ไปเรียกสหายน้อยหลิงเทียน อัจฉริยะเซียนรุ่นเยาว์อันดับ 1 ของพวกเจ้ามาเสีย ข้ามีเรื่องคิดสนทนาหารือกับเขา!”
วาจาท้ายประโยคของเฝิงปู่อี้ ยังคล้ายจะเป็นการสั่งรองจ้าวตำหนักทั้งหลาย!