จังหวะนี้นอกจากจูลู่ฉีที่ไม่สนใจจะฟัง รองจ้าวตำหนักคนอื่นๆ ได้แต่หันหน้ามองตากันเอง หากแต่เนิ่นนานผ่านไปก็ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
“อะไร? ไม่มีใครคิดไปตามคนให้ข้าเลย?”
เห็นฉากนี้สองตาของเฝิงปู่อี้ก็เผยประกายเย็นเยียบขึ้นมา พาลให้สีหน้าของบรรดารองจ้าวตำหนักเปลี่ยนไปอีกครั้งทันใด
“อย่าได้ลำบากผู้อื่นเลย ข้ามาแล้ว…”
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียด คล้ายการต่อสู้แตกหักสามารถปะทุขึ้นมาได้ตลอดเวลา เสียงหนึ่งพลันดังขึ้น แน่นอนว่าไม่ใช่เสียงใครที่ไหนเป็นต้วนหลิงเทียนที่เหินร่างมาถึง
ข้างๆยังมีกู่ลี่กับหวางเฟยเซวียนที่ติดตามมาด้วยกัน
“ท่านอาจารย์ ท่านเป็นไรหรือไม่?”
หวางเฟยเซวียนเร่งมาหยุดข้างจูลู่ฉีทั้งกล่าวถามออกมาด้วยความกังวลทันที
“ไม่เป็นไร”
จูลู่ฉีส่ายหัวไปมา มองเฝิงปู่อี้อีกครั้งในแววตายังเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าฟัน!
เฝิงปู่อีกผู้นี้ไม่ไว้หน้ามันสักนิด กลับลงมือตบหน้ามันต่อหน้าสาธารณะชนและศิษย์ส่วนตัว ทำให้มันอับอายขายหน้านัก!
เมื่อใช้ชีวิตมายาวนานอย่างจูลู่ฉี หน้าตาศักดิ์ศรีนับว่าเป็นอะไรที่สำคัญไม่น้อย
การกระทำก่อนหน้าของเฝิงปู่อี้ยังทำให้มันรู้สึกคับแค้นยิ่งกว่าฆ่ามันให้ตายเสียอีก!
อย่างไรก็ตามเฝิงปู่อี้ไม่ได้แยแสแม้แต่น้อย มันไม่ได้มองมาทางจูลู่ฉีเลย เรียกว่าไม่สนใจโดยสิ้นเชิง