ต้วนหลิงเทียนส่งเสียงกล่าวแทรกอย่างเฉยเมยก่อนที่จ้าวจี้จะกล่าวจบ คล้ายไม่ได้กลัวอะไรจ้าวจี้เลย
“ฮึ่ม! คอยดูกันไปเถอะ!!”
จ้าวจี้ส่งเสียงสบทไปเย็นเยียบ หากแต่มันก็ไม่ได้กล่าวอะไรสืบต่อ เพียงถลึงตามองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาดุร้ายปานจะยิงลำแสงความร้อนออกมาทำร้ายผู้คน
ถึงแม้จ้าวเติงที่อยู่ข้างๆจ้าวจี้จะไม่ได้พูดอะไร แต่มันก็มองต้วนหลิงเทียนตาเขม็ง ลึกลงไปในแววตายังมีแต่ความเย็นชาหนาวเหน็บ
และหากสายตาฆ่าคนได้ ต้วนหลิงเทียนคงตายไปแล้วหลายครั้ง!
ต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ถึงสายตาอาฆาตจากจ้าวเติงพ่อจ้าวจี้เช่นกัน หากแต่เขาไม่ได้สนใจ
ตั้งแต่เขาเลือกจะตบหน้าจ้าวจี้ซ้ายทีขวาทีวันนั้นที่ยอดเขาวังนภา เขาเองก็เตรียมใจยืนฝั่งตรงข้ามกับตระกูลจี้แล้ว
ด้วยเหตุนี้พอเจอจ้าวจี้ในแดนลับเซียน เขาจึงเลือกที่จะฆ่ามันทันที รวมถึงคนสกุลจ้าวด้วย
ในเมื่อมีเรื่องไปแล้ว จะมีเพิ่มก็ไม่เห็นเป็นอะไร!
‘หืม นั่นใครกัน?’
ทันใดนั้นเองต้วนหลิงเทียนสัมผัสได้ถึงสายตาที่มองจ้องมาที่เขาไม่วางอย่างเงียบงัน ทว่าผู้มองกลับเป็นคนแปลกหน้าร่างผ่ายผอมที่ลอยร่างแยกตัวออกจากผู้คน
นี่เป็นครั้งแรกที่ต้วนหลิงเทียนเห็นชายชราร่างผอมผู้นี้ อีกฝ่ายไม่น่าจะใช่คนของตำหนักฟ้าลี้ลับ!
“อาวุโสกู่…ตอนนี้ก็ได้เห็นคนแล้วสมใจแล้ว คิดกลับเลยหรือไม่เล่า?”
จ้าววังนภา จูลู่ฉีมองถามกู่มี่เสียงเรียบ
‘อาวุโสกู่?’