เฉียนผิงเชิงย่อมไม่คิดสงสัยในคำตอบนี้ของต้วนหลิงเทียน
คนอื่นก็ไม่ต่างกัน เพราะทั้งหมดคิดว่าต้วนหลิงเทียนไม่น่าจะมีพลังสามารถพอจะผ่านบททดสอบนั่นได้
“ช่างขี้ขลาดรักตัวกลัวตายจริงๆ! สัตว์ร้ายยังมิทันปรากฏตัวด้วยซ้ำกลับเลือกที่จะแจ้นหนีก่อนแล้ว!!”
ตอนนี้เองเสียงค่อนแคะแดกดันหนึ่งพลันดังขึ้นอย่างประจวบเหมาะ ขัดกับคนอื่นอย่างสิ้นเชิง…เป็นจ้าวจี้!
“กลัวตายแล้วไง ก็ดีกว่าใครบางคนที่ถูกกำจัดออกมาหลังผ่านไปได้แค่ 3 วันไม่ใช่รึ?”
“หลิงเทียน!” เจอวาจาแดกดันค่อนแคะของจ้าวจี้ ต้วนหลิงเทียนเพียงตอบกลับไปด้วยรอยยิ้ม
และวาจานี้ของต้วนหลิงเทียนก็อดทำให้มุมปากของผู้คนมากมายอดไม่ได้ที่จะขมุบขมิบ
หลิงเทียนผู้นี้…ที่ไม่ควรเปิดเผยกลับเปิดเผยออกมาเสียอย่างนั้น
อย่างไรก็ตามทุกคนไม่แปลกใจกับวาจานี้ของหลิงเทียน
หากจะโทษก็ต้องโทษจ้าวจี้ที่ไปกล่าววาจาแดกดันผู้อื่นเขาก่อน หาไม่แล้วหลิงเทียนจะเปิดแผลของมัน เป็นการหักหน้ามันท่ามกลางผู้คนหรอ?
“เจ้า…”
ได้ยินวาจานี้ของต้วนหลิงเทียน สีหน้าจ้าวจี้เปลี่ยนไปอย่างมาก มันอ้าปากคล้ายจะกล่าวอะไรบางอย่าง หากแต่บิดาของมันอย่างจ้าวเติงก็เร่งส่งเสียงไปหยุดปากของมันทันที หลังจากนั้นมันค่อยหันไปส่งเสียงกล่าวกับต้วนหลิงเทียนแทน “หลิงเทียน เจ้ากับสกุลจ้าวของข้ามิมีวันอยู่ใต้ฟ้าเดียวกันได้! ในตำหนักฟ้าลี้ลับแห่งนี้หากมีสกุลจ้าว…”
“ถ้าให้เดา ก็ต้องไม่มีข้างั้นสิ”