‘ถ้าหากข้าบอกพวกมันไปว่าข้าได้รับปฐมเวทย์กลืนกินจากบึงไร้ก้นบึ้งนั่นมาแล้ว…ตำหนักฟ้าลี้ลับคงไม่ใช้กำลังบีบคั้นเพื่อให้ข้าอยู่ที่นี่และไม่จากไปไหนหรอกนะ?’
ก่อนที่จะออกมาต้วนหลิงเทียนลืมฉุกคิดถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิท
ทว่าพอออกมาได้แล้วเจอกับท่าทีของทุกคน เขาจึงตระหนักได้ว่าปฐมเวทย์กลืนกินมีความสำคัญต่อตำหนักฟ้าลี้ลับขนาดไหน
ถึงแม้ว่าเขาเองจะซาบซึ้งตำหนักฟ้าลี้ลับไม่น้อย ที่ทำให้เขามีโอกาสได้รับฐมเวทย์กลืนกิน
ทว่าทันทีที่เขาบรรลุขอบเขตอริยะเซียน เขามีความจำเป็นที่ต้องออกจากตำหนักฟ้าลี้ลับ เพื่อไปยังภูมิภาคเบื้องบน…ไม่ได้คิดจะอยู่ที่นี่ตลอดไป!
คิดถึงจุดนี้ต้วนหลิงเทียนก็ตัดสินใจไม่พูดเรื่องปฐมเวทย์กลืนกิน
พอทราบคำถามที่เฉียนผิงเชิงถามหวางเฟยเซวียนและเห็นสายตาสงสัยของทุกคน สีหน้าของต้วนหลิงเทียนเปลี่ยนเป็นจริงจัง “หลังจากฆ่าสัตว์ร้าย 4 ตัวนั่นไปได้ไม่ทันไร ข้าก็พบว่าภายในบึงน้ำคล้ายมีฟองกากาศผุดขึ้นมาไม่หยุดราวกับน้ำเดือด…เห็นเรื่องไม่ชอบมาพากลเช่นนั้นสังหรณ์อันตรายของข้าร้องเตือนลั่นในใจ ข้าก็เลยเลือกจะหนีออกมาทันที…คิดดูแล้วหากตอนนั้นข้าไม่เชื่อสัญชาตญาณตัวเอง รอให้ฝูงสัตว์ร้ายปรากฏตัวขึ้น เกรงว่าข้าคงไม่อาจรอดมาได้…”
ขณะที่กล่าว ใบหน้าต้วนหลิงเทียนก็เผยความหวาดกลัวออกมา แววตายังสั่นไหวไปอย่างเห็นได้ชัด
“ที่แท้เป็นเช่นนี้นี่เอง…เจ้านับว่าโชคดีนัก!”