“เหลวไหล! พวกเรามีกันสองคนหากข้าไม่ถามเจ้าข้าจะถามใครเล่า!? หรือเจ้าคิดว่าข้าถามตัวเอง?”
หวางเฟยเซวียนที่แต่เดิมชักสีหน้าเคร่งขรึม พอได้ยินคำถามของต้วนหลิงเทียนนางก็คลายความขรึมหันกลับมากล่าวเสียงสูงด้วยความขุ่นขึ้งทันที
“ยังไม่”
เมื่อต้วนหลิงเทียนได้ยินคำถามนี้ เขาก็นิ่งไปพักหนึ่ง ค่อยส่ายหัวไปมา “ข้ายังไม่ได้ทะลวงถึงอริยะเซียนขั้นต้น”
เขาเองก็อยากทะลวงถึงอริยะเซียนขั้นต้นให้เร็วที่สุดเช่นกัน เพราะตราบใดที่ทะลวงถึงขอบเขตนั้น เขาก็จะสามารถใช้เวทย์พลังที่ผู้เฒ่าหั่วถ่ายทอดมาให้ได้ อีกทั้งยังเพาะสร้างเวทย์พลังปฐมเวทย์กลืนกินอันน่ากลัวนั่นไว้ใช้งานได้!
“เจ้ากลับเคลื่อนไหวด้วยความเร็วของอริยะเซียนขั้นต้น ได้ แล้วไฉนยังมิใช่อริยะเซียนขั้นต้นเล่า?”
หวางเฟยเซวียนจ้องตาเขม็ง “เจ้าทำได้อย่างไรกัน?”
“หากข้าบอกเจ้าว่าข้าสามารถใช้เวทย์พลังเสริมความเคลื่อนไหวได้แล้ว เจ้าจะเชื่อข้ารึเปล่า?”
ต้วนหลิงเทียนหัวเราะถาม
“เพ้ย!”
หวางเฟยเซวียนจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเหยียดๆ “เจ้าคิดว่าข้าเป็นเด็กสามขวบหรือไร ถึงมาหลอกข้าว่าใช้เวทย์พลังได้ตั้งแต่ยังไม่บรรลุเซียนมนุษย์! ฝันละเมอของตัวโง่ง่ม!!”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มและไม่ได้อธิบายอะไรสืบต่อ เขาไม่อยากบอกความจริงกับนาง
สำหรับเรื่องที่เขาใช้ความเร็วของขอบเขตอริยะเซียนขั้นต้นได้ ล้วนเป็นเพราะปราณสุริยันแรกกำเนิดทั้งสิ้น…