ต้วนหลิงเทียนกล่าวตอบอย่างตรงไปตรงมา
“แล้วเจ้าได้ลองเข้าไปในพื้นที่มรดกเวทย์พลังของเจ้าแล้วหรือยัง?”
หวางเฟยเซวียนไม่รีบตอบคำของต้วนหลิงเทียน หากแต่เลือกที่จะกล่าวถามออกมาแทน
“อะไร? เจ้ากลัวว่ามรดกเวทย์พลังที่ข้าพบจะมีระดับสูงกว่าของที่เจ้าพบงั้นหรือ?”
ได้ยินหวางเฟยเซวียนถามมาแบบนี้ ต้วนหลิงเทียนย่อมรู้ได้ทันทีว่านางคิดอะไรอยู่ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกไปเบาๆค่อยถาม “เจ้าอยากแลกไหมล่ะ?”
เมื่อถูกต้วนหลิงเทียนแฉความในใจ หวางเฟยเซวียนอดไม่ได้ที่จะหน้าแดงขึ้นมา “แลกก็แลกสิ! คิดว่าข้ากลัวหรือ!?”
“เอาล่ะๆ ไม่ต้องแลกหรอก บอกเจ้าตามตรงมรดกเวทย์พลังที่ข้าเจอข้ายังไม่ได้ลองเข้าไปสำรวจดูด้วยซ้ำ…ข้าจึงไม่รู้ว่าสถานการณ์ด้านในมันเป็นยังไง เอางี้สิ…เจ้าก็รับสืบทอดมรดกเวทย์พลังของเจ้าไปก่อน พอไปถึงของข้าหากเจ้าชอบข้าจะยกให้เจ้าเป็นไง?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว “แต่มรดกเวทย์พลังที่พบในภายหลัง 2 แห่งก็ต้องเป็นของข้า ตกลงไหม?”
มาตอนนี้หวางเฟยเซวียนจึงตระหนักได้ว่า ต้วนหลิงเทียนไม่รู้จริงๆว่ามรดกเวทย์พลังที่เจอมีระดับใด หาไม่แล้วอีกฝ่ายคงไม่ถามนางออกมาแบบนี้
แถมจากวาจาอีกฝ่าย ก็บอกได้ทันทีว่ากำลังคิดเพื่อนาง
จังหวะนี้อดไม่ได้ที่แก้มของหวางเฟยเซวียนจะขึ้นสีระเรื่อ “เอาอย่างที่เจ้าว่าตอนแรกแหล่ะ…ที่ข้าพบก็เป็นของข้า ที่เจ้าพบก็เป็นของเจ้า ส่วนหากมีโชคพบมรดกเวทย์พลังที่อื่น พวกเราก็ค่อยผลัดกัน”