เขาฝืนความอยากทำความเข้าใจต่อ และนำเม็ดบงกชแจ้งวิถีไปที่ห้องของเซี่ยชิง
ขณะที่เขากำลังจะเคาะประตู เสียงอ่อนโยนของเซี่ยชิงก็ดังมาจากข้างใน
“เข้ามาสิ”
เจียงผิงอันผลักประตูเข้าไป
เซี่ยชิงเปลี่ยนมาสวมอาภรณ์ขาวเรียบง่ายอีกครั้ง นางนั่งบนแท่นฝึกฝน ในมือถือคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่ง
เจียงผิงอันกุมกำปั้นคารวะ “องค์หญิง ข้ามาที่นี่เพื่อส่งเม็ดบงกชแจ้งวิถีแก่ท่านขอรับ”
เซี่ยชิงเปิดอาคมปราการ ลุกขึ้นเดินมาคว้ามือเจียงผิงอัน พามานั่งบนแท่นฝึกฝนด้วยรอยยิ้มบาง “ภายหน้าไม่ต้องเกรงใจข้าเพียงนั้นแล้ว ข้าเห็นเจ้าเป็นน้องชายคนหนึ่ง”
เจียงผิงอันรีบร้อนกล่าว “ผู้น้อยมิกล้าปีนเกลียวขอรับ!”
“บอกแล้วไง ไม่ต้องเกรงใจอะไรขนาดนั้น”
เซี่ยชิงวางเม็ดบงกชแจ้งวิถีไว้ด้านข้าง กุมมือเจียงผิงอันพลางกล่าวอย่างเคร่งขรึมแต่อ่อนหวาน “หากมิใช่ข้าไม่เคยแต่งงาน คงอยากรับเจ้าเป็นบุตรบุญธรรมด้วยซ้ำไป”
“ฝ่าบาท…”
“ยังมากพิธีอีก หากยังไม่หยุดข้าจะโกรธแล้วนะ เรียกข้าเป็นพี่หญิงสิ” เซี่ยชิงแสร้งทำหน้าตึง ดูโมโหนัก
เจียงผิงอันลำบากใจยิ่ง พูดไม่ออกเล็กน้อย ไม่รู้ทำไม เขาจึงรู้สึกเสมอว่าทั้งคู่ดูแสนเหินห่าง