สะพานโค้งตรงหน้าก็กว้างใหญ่ไม่น้อย หากแต่มันพาดผ่านแม่น้ำที่คล้ายจะแห้งขอดไปแล้ว เพราะมองไปเบื้องล่างไม่เห็นสายธารสักหยาดหยด
“ข้ามไปดูก่อนแล้วกัน…”
ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว คงเป็นไปไม่ได้ที่ต้วนหลิงเทียนจะล้มเลิกย้อนกลับ เขาจึงก้าวออกไปยังสะพานโค้งเบื้องหน้า หมายเดินข้ามไปอีกฝั่ง
และทันทีที่เท้าเขาย่ำเหยียบลงบนสะพานโค้งได้ไม่ทันไร เขาก็สัมผัสได้ถึงมวลพลังมหาศาลขุมหนึ่งเพ่งเล็งมาที่ร่างเขา!
‘หรือนี่จะเป็นบททดสอบที่ 4’
ต้วนหลิงเทียนลอบคิดไปในใจ
และทันทีที่คิดถึงเรื่องนี้ ต้วนหลิงเทียนก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนอันรุนแรงประดังขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้า เสมือนดั่งขุนเขากำลังถล่มลงก็ไม่ปาน
ปฏิกิริยาตอบสนองแรกของเขาคือโดดลอยขึ้นไปเหินร่างบนอากาศ หลีกเลี่ยงแผ่นดินไหวนี่เสีย!
อย่างไรก็ตามไม่ทันไรเขาก็พบว่าแรงกดดันที่เคยเพ่งเล็งเขา ที่แท้มันเป็นพลังอำนาจอาคมจากค่ายกลห้ามบินขั้นสูง ทำให้เขาไม่อาจลอยตัวหลีกเลี่ยงการยืนอยู่บนสะพานโค้งที่กำลังสั่นสะเทือนนี้ได้!
ครืน! เปรี๊ยะ! ครืน! แคร่ก! แคร่ก!!
……
นอกเหนือจากเสียงสะเทือนเลือนลั่นแล้ว ต้วนหลิงเทียนยังได้ยินเสียงปริแตกชัดเจน มองไปก็พบว่าตอนนี้สะพานโค้งเริ่มปริร้าว คล้ายกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า!
อย่างไรก็ตาม พอต้วนหิงเทียนมองลงไปเห็นแม่น้ำที่แห้งขอดเขาก็ไม่ได้หวั่นวิตกอะไร เพราะต่อให้สะพานจะพังไปก็ไม่นับว่ามีปัญหาแม้แต่น้อย
ตึงงงงง!!