ดังนั้นการเดินสำรวจรอบนี้ต้วนหลิงเทียนจึงใช้พลังวิญญาณเพื่อเปิดใช้ม่านตาพิสดารออกมาตลอดเวลา แถมยังต้องแผ่สำนึกเทวะออกมาระวังภัยไว้ด้วย ตรวจสอบสภาพแวดล้อมโดยละเอียดไม่กล้าประมาท
ในขณะที่เดินผ่านบางจุด อยู่ๆปราณสุริยันแรกกำเนิดก็ปะทุแผ่พุ่งออกมาทั่วร่าง ก่อนจะพุ่งไปทำลายที่ทาง! เรียกว่าตอนนี้หากเจอซอกหลืบน่าสงสัยอันใด เขาจะซัดพลังไปทำลายทุกสิ่งที่อยู่ด้านในทันที!!
แน่นอนว่าม่านตาพิสดารที่เปิดใช้ตลอดเวลาแบบนี้ มันกินพลังวิญญาณของต้วนหลิงเทียนสูงมาก!
หลังจากที่พลังวิญญาณเขาพร่องไปเจียนร่อยหรอ ต้วนหลิงเทียนก็จำต้องหยุดพักเพื่อฟื้นฟูพลังวิญญาณ
เขากระทำเช่นนี้ไปอยู่เกือบอาทิตย์…
ดั่งคำฟ้าไม่ละทิ้งคนเพียร ในวันที่ 7 ต้วนหลิงเทียนก็พบบางสิ่งที่คล้ายจะเป็น ‘ตาค่ายกลในที่สุด’ เขาไม่รอช้าปะทุปราณสุริยันแรกกำเนิดควบรวมเป็นมวลพลังน่ากลัวขุมหนึ่ง ซัดออกไปปานดาวตกระเบิดทำลายมันอย่างดุร้าย!!
ถ้ามันเป็นตาของค่ายกลจริงๆ ค่ายกลมายานี่จะสลายหายไปทันที
หากแต่ถ้ามันเป็นแค่จุดพลังจุดหนึ่งของค่ายกล แม้จะทำลายไป…ก็ไม่อาจทำลายค่ายกลนี้ได้
และต้วนหลิงเทียนก็กำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ว่า…
อย่างไรก็ตามในเมื่อเขาพบจุดพลังจุดแรกแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็มีแรงฮึดมากขึ้น หลังจากนั้นไม่ถึงครึ่งวันเขาก็พบจุดที่ 2 และทำลายมันอีกครั้ง
และดูเหมือนจุดพลังของค่ายกลจุดนี้จะมีความสำคัญมากกว่าจุดแรก