ตอนนี้เขามีเวทย์พลังป้องกันอย่างร่างทองลิ่วเหอแล้ว แถมยังมีเวทย์พลังเสริมความเร็วอย่าง ปีกอีกาทองคำ ที่ผู้เฒ่าหั่วถ่ายทอดมาให้ สิ่งที่เขาขาดก็คือเวทย์พลังสายโจมตี
‘เห็นว่ามรดกเวทย์พลังนั้นสามารถสืบทอดได้แค่คนเดียวในแต่ละครั้ง…ไม่รู้ว่าในขณะที่เซียวตุนกำลังจดจำอยู่ข้าจะลองรับรู้ด้วยได้รึเปล่า…’
สุดท้ายด้วยความอยากรู้อยากเห็นต้วนหลิงเทียนจึงลองแผ่สำนึกเทวะไปยังป้ายศิลาอันเป็นมรดกเวทย์พลังทันที
อย่างไรก็ตามก่อนที่สำนึกเทวะของเขาจะได้สัมผัสถูกป้ายศิลาดังกล่าว กลับถูกพลังลี้ลับขุมหนึ่งจากป้ายศิลาแผ่ออกมาสกัดเอาไว้เสียก่อน ทำให้สำนึกเทวะของเขาไม่อาจล่วงล้ำเข้าไปได้ ‘มีพลังแผ่ออกมาต้านทานสำนึกเทวะของข้า…ดูเหมือนเรื่องที่มรดกเวทย์พลังจสามารถสืบทอดได้แค่คนเดียวจะเป็นเรื่องจริง’
เมื่อเห็นว่าเซียวตุนคงไม่อาจจดจำได้ในเวลาอันสั้น ต้วนหลิงเทียนก็หลับตาทำสมาธิอย่างอดทน
เซียวตุนใช้เวลาไปอีก 2 วัน 2 คืนค่อยตื่นขึ้นมา นับว่ามันใช้เวลาจดจำไปถึงสามวันสามคืนเต็มๆ!
และแทบจะพร้อมกันกับที่เซียวตุนลืมตา ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้ว่าตอนนี้ร่างของเขากลับมาอยู่ริมทะเลสาบ!
“ศิษย์พี่หลิงเทียน พวกเราไปยังสถานที่มรดกเวทย์พลังอีกแห่งกัน”
เซียวตุนไม่กล่าวใดให้มากความอีก มันรีบพาต้วนหลิงเทียนไปยังสถานที่มรดกเวทย์พลังอีกแห่งทันที