เขารีบร้อนกล่าว “ข้าพูดถึงศิลาอัคนีทมิฬชิ้นที่สาม แต่ที่ผ่าพบหาใช่ศิลาอัคนีทมิฬไม่ จึงไม่นับ แต่ที่สัญญาไว้ก่อนหน้านี้ยังให้ได้อยู่นะ”
ว่าแล้ว เขาก็สุ่มหยิบศิลาขนาดราวศีรษะคนมาวางบนโต๊ะผ่า
เมิ่งจิงเต้นเร่าอย่างหงุดหงิด “ยังจะเล่นลิ้น!”
เจ้ามือแสร้งทำหูทวนลม เสตาหนี
เจียงผิงอันมิได้เอ่ยขอศิลาจากสมรภูมิโบราณ เพราะในนั้นหามีสิ่งใดไม่
“เมิ่งจิง เจ้าเล่นไปนะ ข้าขอกลับไปฝึกฝนก่อน”
เจียงผิงอันทิ้งวาจาไว้ และจากไปพร้อมเม็ดบงกชแจ้งวิถีท่ามกลางสายตาริษยาทุกคู่
เขาไม่ได้อยากจะทำความเข้าใจวรยุทธ์อะไรหรอก อยากลอกเลียนมันต่างหาก!
ของล้ำค่าเช่นนี้ต้องลอกเลียนเก็บไว้เพื่อทำกำไรสูงสุด
เม็ดบงกชแจ้งวิถีเม็ดเดียวอะไรกัน อีกไม่นานก็จะลอกเลียนได้อีกมากล้น
โจวเฟิงมองตามหลังของเจียงผิงอันด้วยสายตาแดงฉานอย่างอิจฉา
ทำไมเด็กนี่จึงโชคดีนัก?
โจวเฟิงรับไม่ได้ เขาเป็นอัจฉริยะจากสำนักเพียวเหมี่ยว มีโอกาสท้าทายสวรรค์ ไม่มีทางถูกคนอย่างเจียงผิงอันสยบได้!
เม็ดบงกชแจ้งวิถีบ้าบออะไร เขาจะผ่าให้เจอยอดศาสตราโบราณ!
ไม่มีสิ่งใดหยามใจกันได้เท่าเห็นศัตรูได้ดี
“เถ้าแก่! เอาศิลาจากสมรภูมิโบราณให้ข้าที!”