ขณะที่เถ้าแก่กำลังจะเคลื่อนศิลามา โจวเฟิงก็กล่าวว่า “อย่าใช้มือโสมมของเจ้ามาแตะศิลาของข้า ข้าจะผ่ามันเอง”
เถ้าแก่ไหวไหล่ มิได้โกรธากับเด็กหนุ่มผู้ถือตัว เตือนออกมาเพียงว่า “อย่าแตะศิลาก้อนอื่นนะ”
โจวเฟิงเมินอีกฝ่ายไป ชักกระบี่ในมือออก เดินไปที่ศิลาก้อนใหญ่ที่สุด
สมรภูมิโบราณคือสถานที่ประชันศึกของทุกเผ่าพันธุ์เมื่อนานมาแล้ว ยอดฝีมือมากมายล้มตาย ศาสตราสมบัติเลิศล้ำมากมายกระจัดกระจายหายสูญ
ศิลาจากสมรภูมิโบราณมักผ่าพบสมบัติฟ้าดิน
ศิลาก้อนนี้สูงดุจเท่าตัวคน คละคลุ้งด้วยบรรยากาศเก่าแก่วังเวง
หัวใจของโจวเฟิงเต้นระทึก สัมผัสราวมียอดศาสตราท้าทายสวรรค์ภายในแข็งกล้าขึ้นเรื่อย ๆ
เขายกกระบี่ขึ้นแยกศิลาจากตรงกลาง
เปรี้ยง!
ศิลานั้นถูกผ่าครึ่งกระแทกพื้น ส่งม่านฝุ่นควันตลบหนา
ว่างเปล่า
ทุกสายตาทุกคู่ยังคงจับจ้องศิลา ยังผ่าไม่หมดสิ้น จึงยังมิอาจด่วนสรุปทันที
มิใช่เด็กหนุ่มคนเมื่อครู่ต้องผ่าเกือบหมดก้อน จึงพบเม็ดบงกชแจ้งวิถีหรือ?
ไร้ผู้ใดกล่าวได้ชัดเจนว่าจะไร้สมบัติในนี้
เมิ่งจิงกำมือน้อยของตนอย่างกระวนกระวาย ภาวนาในใจอย่าให้อีกฝ่ายโชคดี