จูลู่ฉี จ้าววังนภาพยักหน้าออกมาด้วยความพอใจ แววตาไม่ขาดความพึงพอใจแม้แต่น้อย
“เพียง 3 วันได้รับมรดกเวทย์พลังระดับกลาง?”
กู่มี่ที่นั่งอยู่ไม่ไกลรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย กระทั่งตำหนักเมฆาครามของมันเอง ก็มีผู้ที่ประสบความสำเร็จหลังเข้าไปในแดนลับเซียนได้ไม่นานเช่นนี้น้อยคนนัก
แม้ต้วนหลิงเทียนจะรู้แต่แรกแล้วว่าเรื่องที่เขาพบมรดกเวทย์พลังไม่พ้นเผิงเฉินกับหูรุ่ยย่อมเอาไปโพทนาแน่
แต่เขาก็ไม่ได้คิดเลยว่าจ้าวตำหนักฟ้าลี้ลับจะสามารถระบุเวทย์พลังที่เขาได้รับจากข้อมูลของทั้งคู่
‘เวทย์พลัง ร่างทองลิ่วเหอ นี่ข้าสามารถจดจำได้แต่กลับไม่อาจอธิบายได้…ไม่แปลกที่ทุกคนกล่าวว่ามีเพียงต้องบรรลุถึงขอบเขตเซียนมนุษย์ก่อน…อย่างไรเสียจากที่ผู้เฒ่าหั่วบอก ข้าไม่จำเป็นต้องรอนานขนาดนั้น เพียงบรรลุอริยะเซียนก็จะสามารถทำความเข้าใจมันได้’
ต้วนหลิงเทียนทราบสถานการณ์ของตัวเองดี
กลางวันล่วงเลยจนมืดค่ำ ในที่สุดต้วนหลิงเทียนก็ประสบความสำเร็จในการจดจำเวทย์พลังร่างทองลิ่วเหอได้สำเร็จ มันเป้นข้อมูลที่เขาตระหนักถึงได้ แต่ยากอธิบายออกมา
และเมื่อต้วนหลิงเทียนถอนรั้งสำนึกเทวะออกมา เขาก็พบว่ารูปปั้นมหึมาแลดูโบราณก่อนหน้าหายไปแล้ว
อีกทั้งหอคอยลิ่วเหอเองก็หายไป…รวมถึงค่ายกลทั้งหลายก็ไม่มีอีกต่อไป
เขากลับมายืนอยู่กลางป่าหินโล่งๆ
และตอนนี้ก็ไม่อาจจับสัมผัสถึงพลังผันผวนของค่ายกลใดๆได้เลย