เห็นได้ชัดว่าค่ายกลรวมถึงทุกอย่างได้หายไปหลังเขาได้รับสืบทอดมรดกเวทย์พลังร่างทองลิ่วเหอ…
‘ไม่รู้ว่าเวทย์พลังร่างทองลิ่วเหอที่ข้าได้รับมันดีหรือไม่ดี และจัดเป็นระดับไหนกันแน่…หากผู้เฒ่าหั่วอยู่ด้วยคงรู้ได้ทันที’
ต้วนหลิงเทียนคิดในใจขณะเหินร่างออกจากป่าหิน
‘ที่สำคัญตอนนี้คือต้องไปหาพวกหวางเฟยเซวียนกับหลิวเจี้ยนให้เจอก่อน…ไม่รู้ว่าป่านนี้ทั้งสองคนนั่นเป็นยังไงบ้าง จะได้เจอกันแล้วรึยัง…แดนลับเซียนนี่จะกว้างใหญ่ไปไหน!? คิดหาคนไม่ใช่เรื่องง่ายจริงๆ’
หลังจากนั้น ไม่นานเวลาก็ล่วงเลยไปอีก 20 กว่าวัน ต้วนหลิงเทียนแม้จะพบเจอคนอื่นไม่น้อย แต่ยังไม่เจอหลิวเจี้ยนกับหวางเฟยเซวียนเลย กระทั่งเบาะแสก็ไม่มี
แน่นอนว่าในช่วง 20 วันที่ผ่านก็ไม่ใช่ว่าเขาคว้าน้ำเหลวอะไร
เขาได้พบมรดกเวทย์พลังอีกอย่างและจดจำมันมาได้สำเร็จ
เวทย์พลังที่เขาได้มาเรียกว่าร่างแฝดอัคคี ถึงแม้นามจะฟังดูไม่เลว แต่จากสายตาของต้วนหลิงเทียนมันก็ไม่ได้ดีเท่าร่างทองลิ่วเหอ
เพราะไม่เพียงแต่บททดสอบที่เจอจะง่าย กระทั่งการจดจำมันยังใช้เวลาไม่นาน
ต้วนหลิงเทียนไม่คิดว่ามันจะช่วยอะไรเขาได้มากหากใช้
‘ยังเหลืออีก 2 เดือนกว่า…หวังว่าข้าจะเจอทั้งคู่ได้ทันเวลา’
ต้วนหลิงเทียนได้แต่เหินร่อนไปทั่วแดนลับเซียนอย่างไร้จุดหมาย พยายามหาร่องรอยมรดกเวทย์พลังและคนไปทั่ว