เผิงเฉินกับหูรุ่ยไม่ทันรู้ตัว ร่างต้วนหลิงเทียนก็อันตรธานหายไปจากสายตาของพวกมันแล้ว
“พวกเราหนีกันดีหรือไม่?”
ทั้งคู่หันมามองสบตาและกล่าวถามออกมาทันที
หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คล้ายจะบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ และรีบเหินร่างไปยังทิศทางตรงข้ามกับที่ต้วนหลิงเทียนพุ่งไล่จ้าวจี้ไปด้วยความเร็วสูงสุด “พวกเรามิอาจมุ่งหน้าไปยังหนทางเดิมได้อีก…จำต้องอ้อมไปทิศทางอื่นก่อน ค่อยวกกลับมาในอีก 2-3 วันให้หลัง…หาไม่แล้วพวกเราคงถูกหลิงเทียนจับได้ไล่ทันแน่!”
“อืม! พวกเราฉวยโอกาสตอนมันไล่จ้าวจี้ หนีไปอีกทางเถอะ! สมควรมีเวลามากพอให้เราสลัดหลุดการติดตามของมัน!!
พวกมันย่อมไม่โง่ยืนรอให้ต้วนหลิงเทียนกลับมา
พวกมันไม่ใช่ตัวโง่งม!
หากต้วนหลิงเทียนกลับมา สถานที่ๆคล้ายจะมีมรดกเวทย์พลังอยู่นั่น ต้วนหลิงเทียนยังจะแบ่งปันให้พวกมันอีกหรือ?
อีกด้านหนึ่งนั้น เงาหลังของจ้าวจี้ยิ่งมาก็ยิ่งชัดเจนขึ้นในสายตาต้วนหลิงเทียนเรื่อยๆ
ตอนแรกที่ต้วนหลิงเทียนไล่จ้าวจี้มานั้นเขาใช้ความเร็วที่เทียบเท่ากับผู้ฝึกตนขอบเขตเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุด อย่างไรก็ตามเมื่อเขาเหินร่างพ้นสายตาเผิงเฉินกับหูรุ่ยมาแล้ว ก็ไม่คิดเก็บงำพลังสืบไป เร่งพุ่งร่างออกไปด้วยความเร็วที่เหนือกว่าเดิมทันที!
และความเร็วที่เขาใช้ออกตอนนี้ก็เทียบได้กับอริยะเซียนขั้นต้น!
“ฟุ่บ!”