ร่างต้วนหลิงเทียนดั่งกระสุนปืนพุ่งไปฉับไวไม่ต่างอะไรกับอัสนีฟาดผ่านฟ้า พริบตาก็แซงร่างจ้าวจี้กระทั่งไปหยุดขวางอยู่เบื้องหน้า!!
ซีด!
เมื่อเห็นร่างหนึ่งพุ่งมาหยุดขวางทาง สีหน้าของจ้าวจี้ก็เปลี่ยนไปทันใด เมื่อมันหยุดร่างลงและแลเห็นว่าผู้ขวางทางเป็นใคร หน้ามันก็เขียวปั๊ดคล้ายมีคนเอาสีมาละเลง “หละ…หลิงเทียน!!”
“จึกๆ…ว่าไงคุณชายจ้าว พวกเราเจอกันอีกแล้ว”
ต่างจากลมหายใจที่เร่งร้อนหอบถี่ของจ้าวจี้ ต้วนหลิงเทียนแลดูปกติไม่คล้ายเหนื่อยหอบอะไร มองกล่าวทักทายจ้าวจี้ด้วยน้ำเสียงสงบ
ขณะที่กล่าวทัก ร่างเขายังค่อยๆย่ำอากาศเข้าไปหาจ้าวจี้อย่างช้าๆทีละก้าวๆ
และทุกก้าวที่ย่างเยื้องเข้าไป ก็ทำให้จ้าวจี้ผวาจนต้องก้าวถอยไปทีละก้าวๆเช่นกัน
อย่างไรก็ตามระยะห่างของทั้งคู่ก็หดสั้นลงเรื่อยๆ
“หลิงเทียน นั่นเจ้าคิดจะทำอะไร?!”
จ้าวจี้มองถามต้วนหลิงเทียนด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเก “หากเจ้ากล้าทำอะไรข้า ตระกูลจ้าวของข้าไม่มีวันละเว้นเจ้าแน่!!”
เห็นได้ชัดว่าจ้าวจี้ตระหนักได้ถึงวิกฤตที่กำลังคืบคลานเข้ามาชัดเจน จึงเริ่มกล่าววาจาข่มขู่ต้วนหลิงเทียนออกมาทันที
อย่างไรก็ตามมันกลับไม่ได้คิดเลย ว่าถ้าหากต้วนหลิงเทียนหวาดกลัวสกุลจ้าวของมัน แล้วจะตบหน้ามันซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อหน้าต่อตาผู้คนมากมายเช่นนั้นหรือ?
การกระทำในวันนั้นของต้วนหลิงเทียน ก็บอกให้รู้ชัดแล้วว่าไม่กลัวอิทธิพลของสกุลจ้าว!
เพี๊ยะ!!