จ้าวเติงรีบกลับคำพูดทันที
“ข้าหวังว่าเจ้าจะทำได้ตามที่พูด”
เมิ่งฉิงมองจ้าวเติงด้วยสายตาเฉยชา ทำให้จ้าวเติงรู้สึกเสมือนนั่งอยู่บนแพเข็ม พาลให้กระสับกระส่าย
ช่วงเวลา 3 เดือนนับเป็นช่วงเวลาสั้นๆของเหล่าอาวุโสตำหนักฟ้าลี้ลับ
ดังนั้นพวกมันจึงไม่ได้รีบร้อนจากไปที่ใด เพียงนั่งขัดสมาธิกลางอากาศและเข้าฌาณรอคอยการออกมาจากแดนลับเซียนของเหล่าศิษย์อย่างเงียบงัน
หลังจากนั้นเวลาก็ผ่านพ้นไป 3 วัน และในช่วง 3 วันนี้ก็ยังไม่มีศิษย์คนไหนถูกขับออกมาจากแดนลับเซียนเลยแม้แต่คนเดียว
“ท่านจ้าวตำหนัก”
ทันใดนั้นพลันมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาแต่ไกล เป็นร่างชายชราคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
ชายชราที่ว่า มันก็เป็นผู้อาวุโสคนหนึ่งในตำหนักฟ้าลี้ลับ…
อาวุโสตำหนักฟ้าลี้ลับคนนี้ เป็นอาวุโสที่ได้รับมอบหมายให้ตรวจตราเรื่องราวทั่วไปในตำหนักหลักช่วงนี้ และการที่มันมาโผล่ที่นี่ได้ หมายความว่าสมควรมีเรื่องสำคัญแน่นอน!
ดังนั้นไม่เพียงแต่เมิ่งฉิน กระทั่งอาวุโสคนอื่นๆของตำหนักฟ้าลี้ลับก็ลืมตาขึ้นมา จับจ้องมองไปที่มันด้วยความสงสัยทันที
ถึงแม้มันจะเป็นอาวุโสคนหนึ่งของตำหนักฟ้าลี้ลับ อนิจจาคนที่อยู่ ณ ที่นี้นอกจากกู่ลี่แล้ว ไม่มีใครที่ไม่มีฐานะสูงส่งกว่ามันเลย โดยเฉพาะจ้าวตำหนัก!
ต่อหน้าตัวตนระดับสูงของตำหนัก มันไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง!
“เรียนท่านจ้าวตำหนัก…มีคนของตำหนักเมฆาครามมาเยือนพวกเรา”