เผชิญหน้ากับการโค้งคารวะของผู้คน เมิ่งฉิงพยักหน้ากล่าวคำรับการทักทายอย่างเฉยเมย ก่อนที่จะมองไปยังจูลู่ฉี และว่ายตามองไปในกลุ่มคนของวังนภา
“หลิงเทียนคือผู้ใด?”
ครู่ต่อมาเมิ่งฉิงก็กล่าวออก คล้ายกำลังตามหาตัวต้วนหลิงเทียน
ทันใดนั้นทุกสายตาก็หันไปมองต้วนหลิงเทียนทันที คล้ายจะบอกเมิ่งฉิงเป็นนัย…
ว่านี่คือหลิงเทียนที่ท่านตามหา!
“จ้าวตำนัก”
ต้วนหลิงเทียนที่ยืนอยู่พลันพยักหน้าให้จ้าวตำหนัก
ตอนเผชิญหน้ากับจูลู่ฉีเขาเรียกหาอีกฝ่ายว่าจ้าววัง พอเจอหน้าเมิ่งฉิงเขาก็เรียกหาว่าจ้าวตำหนัก
นี่เป็นนิสัยที่ไม่ทราบคุ้นชินมาตั้งแต่เมื่อไหร่
ในใจเขา…ทุกคนที่ปรากฏตัวต่อหน้าล้วนคือคนที่สักวันเขาจะก้าวข้ามไปให้จงได้! ด้วยเหตุผลนี้ใจจึงยากนักที่จะยอมรับและเรียกหาผู้อื่นด้วยคำ ‘ใต้เท้า’ นำหน้าเหมือนคนอื่นๆ!!
“บังอาจ!”
จ้าวเติงที่ยืนอยู่ด้านหลังเมิ่งฉิงพลันตะโกนออกมาด้วยท่าทางเปี่ยมโทสะทันที สายตายังมองจ้องต้วนหลิงเทียนอย่างเอาเรื่อง และหากสายตาฆ่าคนได้ต้วนหลิงเทียนคงตายไปแล้ว! มันตะคอกกล่าวอออกเสียงดังน้ำเสียงดุดัน “หลิงเทียนเจ้ามันสามหาวนัก! เจ้ากล้าเรียกหาใต้เท้าจ้าวตำหนักว่าจ้าวตำหนักห้วนๆได้อย่างไร ไฉนเจ้าถึงได้หยาบคายเช่นนี้!?”
ในที่สุดจ้าวเติงก็ได้พบโอกาสเล่นงานต้วนหลิงเทียนทั้งที มันแน่นอนว่าไม่ยอมพลาดโอกาส “หรือเจ้าหลิงเทียนไม่เห็นใต้เท้าจ้าวตำหนักอยู่ในสายตา?”
อา