พอจ้าวเติงกล่าวออกมาแบบนี้ ก็ทำให้ศิษย์ที่เหลืออื้ออึงไปทันใด
หลานคนคิดว่าจ้าวเติงคิดเลาะกระดูกจากไข่ บ้างก็คิดว่าวาจานี้ของจ้าวเติงมีเหตุผล การที่ต้วนหลิงเทียนเรียกจ้าวตำหนักว่าจ้าวตำหนักห้วนๆไม่มีคำใต้เท้าหรือแม้แต่ท่านนำหน้านับเป็นเรื่องไม่สมควร…
“รองจ้าวตำหนักจ้าวเติงเป็นบิดาของจ้าวจี้ เป็นธรรมดาที่ไม่คิดพลาดหาเรื่องให้หลิงเทียนลำบากใจ…ตอนนี้มันสบโอกาสแล้วข้าเกรงว่าคงไม่ง่ายที่หยุด”
“เรื่องนี้สมควรมองว่าเป็นการใช้ความแค้นส่วนตัวหาเรื่องผู้อื่นหรือไม่?”
“กล่าวเช่นนั้นก็ไม่ถูก อย่างไรเสียการเรียกหาใต้เท้าจ้าวตำหนักว่าจ้าวตำหนักห้วนๆก็มิควรมิใช่หรือ?”
“ใช่แล้ว ใต้เท้าจ้าวตำหนัก ท่านคือผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในตำหนักฟ้าลี้ลับเรา! หลิงเทียนเรียกหาท่านว่าจ้าวตำหนักห้วนๆย่อมไม่สมควร!”
……
หลายคนมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเวทนาเพราะรู้ดีว่าจ้าวเติงหาเรื่องต้วนหลิงเทียนเพราะความแค้นส่วนตัว แต่ที่จ้าวเติงกล่าวมันก็ถูก และไม่มีใครในที่นี้กล้าหักล้างวาจามัน…เพราะนั่นจะถือว่าลบหลู่จ้าวตำหนัก!
‘ตัวบัดซบนี่!’
‘ศิษย์น้องหลิงเทียน!’
ทั้งหวางเฟยเซวียนและหวังพีอดไม่ได้ที่จะเหงื่อตกแทนต้วนหลิงเทียน เพราะตอนนี้ต้วนหลิงเทียนนับว่าเผชิญหน้ากับสถานการณ์ยากลำบากแล้วจริงๆ
จ้าวเติงกระทำเช่นนี้นับว่าช่วงชิงความได้เปรียบมากนัก อย่างน้อยๆหลายต่อหลายคนก็คิดว่าต้วนหลิงเทียนถึงคราวตกที่นั่งลำบาก!!