“เรียนใต้เท้าจ้าวตำหนัก น้องหลิงเทียนมิได้เป็นอย่างที่รองจ้าวตำหนักเติงกล่าวแน่นอน”
กูลี่เองก็เป็นกังวลไม่น้อย จึงอดไม่ได้ที่จะกล่าวช่วยต้วนหลิงเทียนออกมา
“เหอะ!”
ไม่รอให้เมิ่งฉิงจ้าวตำหนักฟ้าลี้ลับตอบคำอะไร จ้าวเติงพลันพ่นลมออกจมูกเสียงเย็นกล่าวเย้ย “กู่ลี่ ข้ารู้ว่าเจ้ามีสัมพันธ์อันดีกับหลิงเทียน…แต่สถานการณ์เช่นนี้เจ้ายังเข้าข้างมันก็ออกจะเกินไปบ้าง…หรือที่มันไม่เคารพใต้เท้าจ้าวตักหนัก…เป็นเพราะเจ้าเสี้ยมสอนมันมาเล่า?”
วาจาจ้าวเติงดังขึ้นอีกครั้ง กระทั่งฉุดลากกู่ลี่ที่ไม่เกี่ยวข้องให้จมปลักโคลนนี้ด้วย
“เจ้า!”
กู่ลี่มีโมโหนัก หน้ายังเปลี่ยนสีไป แววตาเผยความดุร้ายออกมา
“อ้อ! ข้าไม่เคารพจ้าวตำหนักงั้นเหรอ? ใส่ร้ายกันเกินไปหน่อยรึเปล่า?”
ตอนนี้เองต้วนหลิงเทียนพลันปริปากกล่าวคำออกมา ขณะมองจ้าวเติงด้วยรอยยิ้ม “รองจ้าวตำหนักจ้าว ข้าขอถามอะไรเจ้าสักเรื่อง…ตำหนักฟ้าลี้ลับใช่มีกฏเกณฑ์ข้อบังคับไว้ด้วยหรือไม่ ว่ายามเจ้าพบเห็นจ้าวตำหนัก ไม่อาจเรียกว่าจ้าวตำหนักเฉยๆได้…แต่ต้องเป็นใต้เท้าจ้าวตำหนัก?”
“ฮึ่ม! ถึงแม้จักมิมีกฏเกณฑ์ดังกล่าวตราไว้ แต่ก็เป็นเรื่องสมเหตุสมผลนักที่จะเรียกหาใต้เท้าจ้าวตำหนักโดยมีคำ ใต้เท้า นำหน้า! เรื่องนี้นับเป็นมารยาทขั้นพื้นฐานที่สุด! เจ้าเรียกหาใต้เท้าจ้าวตำหนักว่าจ้าวตำหนักโดยตรง ย่อมส่อให้เห็นว่าเจ้าไม่เห็นใต้เท้าจ้าวตำหนักอยู่ในสายตา!!”