“ท่านพ่อ หากต้องรอถึงตอนนั้นไม่ใช่ท่านจ้าวตำหนักจะรับมันเป็นศิษย์ กระทั่งเผลอๆอาจจะรับมันเป็นศิษย์ปิดสำนักไปแล้วหรือไง? มิใช่ท่านกล่าวเองหรือว่าออกจากแดนลับเซียนครั้งนี้ มีโอกาสสูงที่ท่านจ้าวตำหนักคิดรับมันเป็นศิษย์ประทั่งศิษย์ปิดสำนัก?”
เมื่อจ้าวเติงได้ยินคำพูดของจ้าวจี้ มันก็เป็นกังวลเช่นกัน
“จี้เอ๋อข้าเข้าใจความรู้สึกเจ้า…อย่างไรก็ตามตอนนี้พวกเราคิดทำอะไรก็ต้องหลังออกจากแดนลับเซียน อีกทั้งจ้าวตำหนักก็ไม่แน่ว่าจะรับมันเป็นศิษย์ทันที เพราะเรื่อง ฉีจิ้ง นายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องสำคัญกว่า… “
จ้าวเติงกล่าวปลอบ
จ้าวจี้พยักหน้าและยอมวางมืออย่างไม่ค่อยจะเต็มใจสักเท่าไร
“นอกจากนี้ต่อให้หลิงเทียนมันเป็นศิษย์กระทั่งศิษย์ปิดสำนักแล้วอย่างไร…หรือท่านจ้าวตำหนักจะอยู่กับมันได้ตลอดเวลา? ตราบใดที่มันกล้าออกนอกตำหนักฟ้าลี้ลับไปไหนเพียงลำพัง มิใช่สกุลจ้าวเราคิดฆ่ามันก็ง่ายดายเหมือนฆ่าไก่หรือ?”
ขณะกล่าวประโยคนี้วาจาของจ้าวเติงเปี่ยมล้นไปด้วยความมั่นใจ
“ท่านพ่อกล่าวเช่นนี้ข้าก็อุ่นใจแล้ว”
จ้าวจี้รู้สึกโล่งใจขึ้นมา