“เอาล่ะจี้เอ๋อ ตอนนี้สิ่งที่เจ้าต้องสนใจไม่ใช่เรื่องของหลิงเทียนอะไรนั่น แต่เป็นการเตรียมตัวเข้าแดนลับเซียนในอีกสิบวันหลังจากนี้ ข้าหวังว่าเจ้าจะได้รับสืบทอดทั้งเข้าใจมรดกเวทย์พลังระดับสูงในแดนลับเซียน หากเจ้าสามาถบรรลุถึงเซียนมนุษย์และเพาะสร้างต้นแบบเวทย์พลังได้ล่ะก็…เจ้าอาจจะได้เป็นจ้าวตำหนักคนต่อไปของตำหนักฟ้าลี้ลับเรา!”
จ้าวเติงมองจ้าวจี้ด้วยสายตาเปี่ยมความหวัง “สกุลจ้าวเรามิเคยมีผู้ใดประสบความสำเร็จเช่นนี้…เช่นนั้นพ่อจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าจะได้เป็นคนแรกในสกุลจ้าวที่สามารถได้รับสืบทอดมรดกเวทย์พลังระดับสูงในแดนลับเซียน!”
“ท่านพ่อข้าจะขยันให้มาก ท่านไม่ต้องห่วง”
จ้าวจี้กล่าวรับเป็นมั่นเหมาะ
“การเข้าสู่แดนลับเซียนครั้งนี้ สกุลจ้าวของเรานอกจากเจ้าแล้วก็ยังมีอีก 4 คนที่ได้สิทธิ์เข้าแดนลับเซียน…อย่างไรก็ตามที่แข็งแกร่งที่สุดก็แค่เซียนขัดเกลาขั้นต้นเท่านั้น หากไม่เหลือบ่ากว่าแรงถ้าช่วยได้เจ้าก็ช่วยเหลือพวกมันด้วย ทว่าหากพวกมันถ่วงมือถ่วงเท้า เจ้าก็ไม่ต้องสนใจ”
จ้าวเติงกล่าวออกด้วยน้ำเสียงจริงจัง มันไม่อยากให้บุตรพลาดมรดกเวทย์พลังระดับสูงในแดนลับเซียนเพราะคนอื่น
“ข้ารู้แล้วท่านพ่อ”
อันที่จริงเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องให้จ้าวเติงกล่าวเตือน เพราะจ้าวจี้เป็นคนเห็นแก่ตัวถึงที่สุด มันพร้อมทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง กระทั่งให้สละคนอื่นในตระกูลเพื่อมัน…ก็สามารถทำได้โดยตาไม่กระพริบ