หลังจากอึ้งไปพักหนึ่ง หวางเฟยเซวียนก็ดึงสติกลับมาได้ นางหันไปมองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง “ข้ามาหาเจ้ายังมีอีกเรื่องหนึ่ง…อีกคนที่มาจากคฤหาสน์ข้ามฟ้าที่ไม่ได้อยู่ในวังนภานั้น มันไม่อาจชิงสิทธิ์เข้าแดนลับเซียนมาได้เหมือนกัน เช่นนั้นหนี้บุญคุณที่เจ้าติดค้างอาวุโสของพวกมันไว้ ครั้งนี้คงยากใช้คืนแล้ว”
“อา”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้ารับทราบ เขาไม่ได้แปลกใจกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่ เพราะไม่แน่ใจแต่แรกแล้วว่าศิษย์คฤหาสน์ข้ามฟ้าอีกคนจะชิงสิทธิ์เข้าแดนลับเซียนมาได้หรือไม่…
“เอาล่ะที่ต้องบอกก็บอกเจ้าหมดแล้ว ข้าไม่กวนเจ้าแล้ว บ่มเพาะพลังให้ดีเถอะอีก 10 วันเจอกัน!”
กล่าวจบหวางเฟยเซวียนก็ลาต้วนหลิงเทียนไป
ต้วนหลิงเทียนก็เปิดประตูเข้าบ้าน ก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้อง เมื่อปิดหน้าต่างอะไรดีแล้วเขาก็วูบร่างเข้าเจดีย์หลิงหลง 7 สมบัติไปทันที 10 วันด้านนอกนั้นเท่ากับ 50 วันบนชั้น 3 ของเจดีย์หลิงหลง!
ระยะเวลาเกือบ 2 เดือนเช่นนี้ มากพอที่จะทำให้ต้วนหลิงเทียนปรับปรุงพลังฝึกปรือ ทั้งเข้าใจเต๋ากระบี่จากยอดใจกระบี่มากขึ้น
ในขณะที่ต้วนหลิงเทียนกำลังบ่มเพาะพลังในเจดีย์ ตำหนักฟ้าลี้ลับที่สงบก็คล้ายจะบังเกิดคลื่นก่อตัว
หลังจากที่กู่ลี่แยกกับต้วนหลิงเทียนมา มันก็เร่งไปหาบิดาของมัน 1 ใน 2 อาวุโสผู้พิทักษ์ของตำหนักฟ้าลี้ลับ กู่ซืออวิ๋น ทันที
“ลี่เอ๋อ เจ้ารีบร้อนมาหาพ่อเช่นนี้มีเรื่องอันใดหรือ?”