“น้องหลิง…ไม่ว่าพวกมันจะยอมส่งมาดีๆหรือไม่ พวกมันก็ต้องถูกกำจัด!”
กู่ลี่กล่าวออกด้วยประกายตาเย็นเยือก
“หืม?”
ต้วนหลิงเทียนอึ้ง “ยังไงหรือพี่กู่ ต่อให้พวกมันร่วมมือส่งมอบเคล็ดวิชามารนั่นมาแต่โดยดี พวกท่านก็ยังจะกวาดล้างมันอยู่ดี?”
“มิผิด พวกเรามิอนุญาตให้คนของคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องที่ล่วงรู้ถึงการดำรงอยู่ของเคล็ดบำเพ็ญมารนี้เป็นดั่งปลาเล็ดรอดร่างแหเด็ดขาด! หาไม่แล้วข่าวเรื่องที่พวกเราตำหนักฟ้าลี้ลับได้มันมาครอง ย่อมไม่พ้นล่วงรู้ไปถึงหูขุมพลังอันน่ากลัวอย่างตลาดมืดหยินชานและตำหนักเมฆาครามแน่นอน! คราวนี้น่ากลัวว่ามหายักษ์ใหญ่ทั้ง 2 นั่นคงต้องเคลื่อนไหวหมายตาเคล็ดบำเพ็ญมารนั่นด้วยแน่….”
กู่ลี่กล่าวตอบ “คนไม่ผิด ผิดที่ครอบครองหยก…น้องหลิงเทียนสมควรเข้าใจเรื่องนี้ดี”
ต้วนหลิงเทียนพอได้ฟังก็พยักหน้ารับทราบ เช่นนั้นคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องก็เหลือแต่หนทางดับสิ้นเท่านั้น
ถึงแม้คฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องจะเป็นขุมพลังชั้น 4 แต่ก็ไม่นับเป็นตัวอะไรต่อหน้าขุมพลังกึ่งชั้น 3..
ในเมื่อรับรู้ว่าฉีจิ้งสมควรบ่มเพาะด้วยเคล็ดบำเพ็ญมารระดับสูงที่มีเคล้ดวิชารวมวิญญาณร่วม กู่ลี่จึงร้อนใจคิดไปรายงานให้บิดารับทราบนัก จึงลาต้วนหลิงเทียนไปแจ้งข่าวทันที ด้านต้วนหลิงเทียนก็นั่งจิบสุราต่ออีกสักพัก ค่อยเหินร่างกลับที่พัก
“อีก 10 วันแดนลับเซียนก็จะเปิดแล้วสินะ”