“ข้าอยากรู้ว่าหากพวกท่านยืนยันได้แล้วว่าเคล็ดบำเพ็ญมารของฉีจิ้งมันเป็นอวิชชาชั่วร้าย ที่อาจสร้างความสูญเสียและหายนะให้ใต้หล้าจริง ตำหนักฟ้าลี้ลับจะทำอย่างไรกับมัน…ใช่ยังจะเก็บไว้ฝึกฝนบ่มเพาะเองหรือไม่?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถาม
ถึงแม้ดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋าจะให้ค่าพลังความแข็งแกร่งเป็นที่สุด การฆ่าฟันนับเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นทั่วไป…
ทว่าหากเป็นอวิชชาชั่วร้ายที่ต้องแลกมาด้วยชีวิตของผู้คนบริสุทธิ์มากมาย ย่อมไม่มีผู้ใดยอมรับมันได้!
“ย่อมไม่!”
กู่ลี่ส่ายหัว “น้องหลิงเทียน เจ้าพึ่งเข้าร่วมตำหนักฟ้าลี้ลับมาไม่นานบางทีเจ้าคงยังไม่รู้…แต่ในอดีตยามที่ใต้หล้าเกิดมรสุมโลหิต มารร้ายกำแหงสร้างหายนะไปทั่วหล้า บรรพบุรุษของตำหนักฟ้าลี้ลับเราก็เป็นหนึ่งในยอดฝีมือฝ่ายธรรมะที่ออกมาผนึกกำลังกับยอดฝีมือคนอื่นเพื่อกำราบมาร…”
“ดังนั้นตราบใดที่เคล็ดบำเพ็ญมารนั่นเป็นอวิชชาชั่วร้าย จ้าวตำหนักของพวกเราย่อมไม่มีทางอนุญาตให้ผู้ใดฝึกปรือเด็ดขาด! ถึงแม้จะได้รับมันมาก็ตาม!”
กู่ลี่กล่าวเสริม
ได้ยินคำของกู่ลี่ ต้วนหลิงเทียนก็วางใจ “หากเป็นเช่นนี้ข้าก็ไม่ขัดข้องเรื่องที่พวกท่านจะจัดการมัน กล่าวไปยังนับว่าเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำ…ขอให้พวกคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องมันร่วมมือกับพวกท่านดีๆเถอะ หาไม่แล้วพวกมันคงไม่พ้นถูกกวาดล้าง!”
หากคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องถูกกวาดล้าง นั่นหมายความว่าเขาไม่ต้องกังวลเรื่องฉีจิ้งอีกต่อไป