หลังกู่ลี่กับต้วนหลิงเทียนจากไป จ้าวจี้ที่ร่างสั่นระริกไปด้วยความโกรธก็ตะโกนออกมาเสียงดังลั่นยอดเขา ในน้ำเสียงอัดแน่นไปด้วยความคับแค้นไม่ยินยอม
‘กู่ลี่ หลิงเทียน…ข้าจ้าวจี้ขอสาบาน ว่าข้าจะไม่มีวันเลิกรากับพวกเจ้า! ข้าไม่มีวันเลิกรากับพวกเจ้า! ไม่มีวัน!!’
จ้าวจี้ตะโกนในใจดังก้อง หากความคิดสามารถฆ่าคนได้ น่ากลัวว่าต่อให้กู่ลี่กับต้วนหลิงเทียนมีร้อยชีวิตก็ไม่พอตาย…
“เจ้าทึ่มนั่นโชคดียิ่ง…กระทั่งศิษย์พี่กู่ลี่ยังมาช่วย…”
เมื่อเรื่องราวจบลงเช่นนี้ หวางเฟยเซวียนก็พอได้ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก สำหรับนางนี่นับเป็นบทสรุปที่ดีที่สุดแล้ว
หากปล่อยให้ต้วนหลิงเทียนลงมือจริงๆ นางเป็นกังวลนัก
ต้วนหลิงเทียนที่ติดตามกู่ลี่มา ก็ไปดื่มสุราทั้งรับประทานอาหารที่บ้านของกู่ลี่อย่างสบายใจ
ดั่งคำ พบสหายรู้ใจดื่มกันพันจอกไม่เมามาย คุยไม่ถูกคอครึ่งคำก็มากเกิน…ต้วนหลิงเทียนรู้สึกถูกชะตากับกู่ลี่นัก อีกฝ่ายนับว่าเป็นสหายคอเดียวกันกับเขาเลยทีเดียว
“อ่า…สุราดี! ว่าแต่พี่กู่ข้าถามท่านจริงๆเถอะ วันนี้ที่มาช่วยข้านี่เพราะท่านถูกใจข้าแค่นั้นจริงๆ?”
หลังยกซด 3 จอกติด ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวถามออกมา
“เพียงเท่านั้น…”
กู่ลี่กล่าวตอบ หากทว่าเสียงกลับอ่อนลง
“จริงๆ?”
ต้วนหลิงเทียนหยีตามองจ้องตากู่ลี่ไม่วาง ราวกับจะเค้นหาคำตอบจากแววตาอีกฝ่าย
“เอาล่ะๆ ข้ายอมเจ้าแล้วเลิกจ้องข้าที…ให้ตายเถอะ!!”