ว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจและวิญญาณ กระทั่งกู่ลี่ก็ไม่อาจบังคับให้ดวงตาของมันโป้ปดได้ เมื่อถูกต้วนหลิงเทียนจ้องเขม็งแบบนี้มันก็จนปัญญาจะปิดบังสืบไป
มันเทสุราเติมจอกให้เต็ม ก่อนที่จะยกซดรวดเดียวหมดจอกค่อยเปิดประตูเห็นภูผากล่าว “เหตุผลที่ข้าไปที่นั่นเพราะท่านบรรพจารย์บอกข้า…ท่านบรรพจารย์ยังบอกข้าอีกว่าพรสวรรค์ของเจ้าเหนือล้ำข้า กอปรกับข้าออกจากการปิดด่านได้ไม่ทันไร ก็ได้ยินแต่ชื่อเจ้าไปทั่วตำหนักหลัก จึงทำให้ข้าอยากรู้นักว่าเจ้าเป็นเช่นไร…”
“และความจริงก็พิสูจน์แล้วว่าเจ้ามีวิสัยทัศน์มิเหมือนผู้อื่น และนับว่าเป็นคนไม่ธรรมดาๆจริงๆ”
กู่ลี่กล่าว
“ท่านบรรพจารย์?”
ต้วนหลิงเทียนถึงกับงงไปทันใด ด้วยไม่ทราบจริงๆว่าท่านบรรพจารย์ที่กู่ลี่ว่าเป็นใคร
เท่าที่เขารู้บิดาของกู่ลี่ก็เป็นถึงอาวุโสผู้พิทักษ์แล้ว อีกทั้งยังเป็นคนรุ่นเดียวกับจ้าวตำหนักฟ้าลี้ลับ นั่นหมายความว่ามีอาวุโสสูงมากๆแล้ว
ในตำหนักฟ้าลี้ลับแห่งนี้ น่ากลัวว่ายากจะหาคนที่มีฐานะสูงกว่าบิดาของกู่ลี่ได้!
การที่กู่ลี่เรียกหาว่าบรรพจารย์ นั่นหมายความว่าต้องมีฐานะเหนือกว่าบิดา!
“สระวิญญาณ…”
เมื่อเห็นใบหน้าต้วนหลิงเทียนเผยความสงสัยงุนงงอกมา กู่ลี่ก็ค่อยๆปริปากกล่าววาจาออกมาอย่างไม่รีบไม่ร้อน
“อ้อ! ที่แท้ท่านผู้อาวุโสก็คือบรรพจารย์ของพี่กู่!”