“ศิษย์น้องหลิงเทียน เจ้าเห็นข้าเป็นคนเช่นไร! หรือคิดว่าข้าเป็นคนที่สามารถละทิ้งสหายเพื่อหลบหนีเอาตัวรอด?”
หวังพีกล่าวออกด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ในวาจาเผยเจตนาชัดเจน มันคิดร่วมหัวจมท้ายไปพร้อมต้วนหลิงเทียนแล้ว
“ข้าด้วย!”
หวางเฟยเซวียนเองก็คิดสู้ด้วยเช่นกัน ทว่านางไม่อาจก้าวเข้าไปเคียงข้างต้วนหลิงเทียนได้ เพราะถูกพลังไร้สภาพอันอ่อนโยนขุมหนึ่งผลักออก!
“เจ้าทึ่ม เจ้าทำอะไร! ปล่อยข้านะ!!”
ต้วนหลิงเทียนหันกลับมามองหวางเฟยเซวียนที่กำลังฮึดฮัดขัดใจ อดส่ายหน้าออกมาไม่ได้เมื่อเห็นว่านางดื้อรั้นเพียงใด “เจ้าดูเฉยๆเถอะ กับอีแค่อริยะเซียนขั้นต้นสองคนเจ้าจะอะไรมากมาย…”
ได้ยินวาจานี้หวางเฟยเซวียนที่แกว่งดาบหมายทำลายพลังไร้สภาพก็ถึงกับอึ้งไปตาปริบๆ ยังกับถูกอัสนีบาตยามแล้งฟาดลงกลางหัว
แค่อริยะเซียนขั้นต้น? พี่ท่านใช้คำว่าแค่?
หากเป็นเซียนขัดเกลาขั้นยิ่งใหญ่คนอื่นกล่าววาจาเช่นนี้ออกมา หวางเฟยเซวียนคงโพล่งด่าว่าขี้โม้ออกมาแล้ว
ทว่าวาจานี้ยามดังออกจากปากต้วนหลิงเทียน กลับให้รสชาติแปลกประหลาดนัก
แม้นางจะได้รู้จักกับต้วนหลิงเทียนไม่นาง กระทั่งกล่าวไปเจอหน้ากันก็แค่ไม่กี่วันด้วยซ้ำ แต่นางพอจะรู้นิสัยของต้วนหลิงเทียนอยู่บ้าง ว่าหากอีกฝ่ายไม่มั่นใจคงไม่กล่าวคำพวกนี้ออกมา
‘เซียนขัดเกลาขั้นสูงสุดเอาชนะอริยะเซียนขั้นต้นได้หรือ….’