อย่างไรก็ตามหวางเฟยเซวียนยังรู้สึกผิดท่าอยู่บ้าง เพราะเรื่องพรรค์นี้มันเป็นไปได้ด้วยเหรอ?
ทว่าพอเห็นแววตาฉายความมั่นใจเต็มเปี่ยมของต้วนหลิงเทียน นางก็รู้สึกพูดไม่ออก ไม่รู้จะเชื่ออะไรดีแล้ว
เมื่อเห็นว่าหวางเฟยเซวียนเก็บดาบและไปยืดกอดอกหน้าบึ้ง ต้วนหลิงเทียนก็หัวเราะเบาๆด้วยรู้ว่าหวางเฟยเซวียนไม่คิดดื้อรั้นอีกแล้ว จึงหันกลับมามองหวังพีอีกครั้งด้วยรอยยิ้ม “พี่หวังข้ารู้ดีว่าท่านหวังดีและใจถึง…แต่กับอีแค่อริยะเซียนปลายแถวในรายนามฟ้าลี้ลับอย่างพวกมัน ไม่ได้อยู่ในสายตาข้าเลย…”
อริยะเซียนปลายแถวในรายนามฟ้าลี้ลับ?
ทันทีที่ต้วนหลิงเทียนกล่าววาจานี้ออกมา ผู้คนก็เงียบไปเป็นคนตาย
หากวาจานี้ดังออกจากปากอันดับต้นๆในรายนามฟ้าลี้ลับ ผู้คนคงไม่คิดว่ามันแปลกอะไร
ปัญหาคือผู้ที่กล่าวกลับเป็นศิษย์ใหม่วังนภาที่ไม่แม้แต่จะติดอันดับในรายนามฟ้าลี้ลับเนี่ยสิ! ทำให้พวกมันรู้สึกพิลึกพิลั่นอย่างบอกไม่ถูก!
“ดี! ดีมาก!”
จ้าวจี้เป็นคนแรกที่คืนสติ มันกล่าวเย้ยออกมาทันใด “ศิษย์ใหม่ที่ไม่แม้แต่จะติดอันดับในรายนามฟ้าลี้ลับ กลับกล้ากล่าววาจาดูแคลนศิษย์ในรายนามฟ้าลี้ลับ โอหังอันใดเช่นนี้!!”
“พี่ไป๋ฉวี่ พี่เฮยถู ในเมื่อมันไม่เห็นพวกท่านอยู่ในสายตา เช่นนั้นก็ไปทำให้มันรับทราบเถอะ ว่าไฉนบุปผาถึงมีสีแดง! หลังจากนั้นค่อยลากมันมาคุกเข่าขอขมาข้า!!”
จ้าวจี้หันไปมองจ้าวไป๋ฉวี่กับจ้าวเฮยถูกล่าวออกเสียงเหี้ยม