อย่างไรก็ตามแม้จะประหลาดใจ ทว่าพวกมันก็ไม่ได้เห็นหวางเฟยเซวียนอยู่ในสายตา เพราะด้วยสำนึกเทวะของพวกมัน ย่อมสัมผัสกลิ่นอายพลังของหวางเฟยเซวียนได้ชัดเจน แค่เซียนขัดเกลาขั้นกลางจะเอาอะไรมาหยุดพวกมัน?
“ข้าไม่มีนิสัยที่ให้สตรีต้องมาปกป้อง”
ในขณะที่หวางเฟยเซวียนเผชิญหน้ากับจ้าวไป๋ฉวี่ พลันมีอีกเสียงหนึ่งดังขึ้น เป็นต้วนหลิงเทียนที่ก้าวออกมาบังหน้าหวางเฟยเซวียนเอาไว้ด้านหลัง
ตอนแรกเขาก็คิดจะลงมือแล้ว
ทว่าเพราะการกระทำของหวางเฟยเซวียนทำให้เขาถึงกับตกตะลึง จนอึ้งไปพักหนึ่ง
ได้เห็นหวางเฟยเซวียนที่ก้าวออกมาปกป้องทั้งๆที่เป็นสตรีแถมพลังยังอ่อนด้อยกว่าเขามากแบบนี้ ทำให้เขาเลิกสนใจนิสัยเสียของนาง ลบอคติสุดท้ายที่มีต่อหวางเฟยเซวียนไปทันที เห็นนางเป็นเพื่อนคนหนึ่งเต็มตัว
“เรื่องนี้ล้วนเกิดขึ้นเพราะมีข้าเป็นต้นเหตุ ข้าจักอยู่เฉยได้อย่างไร”
หวางเฟยเซวียนมองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนที่อยู่เบื้องหน้า “เจ้าไม่ต้องห่วงนะ พวกมันไม่กล้าฆ่าข้าหรอก”
น่าเสียดายที่ต้วนหลิงเทียนไม่คิดจะฟังนาง
ต้วนหลิงเทียนรู้ดี ไม่ว่าจะมีหวางเฟยเซวียนหรือไม่มีผลลัพธ์มันก็ไม่ต่างกัน ยังไงจ้าวจี้มันก็เห็นเขาเป็นศัตรูที่ต้องกำจัดให้พ้นทางอยู่แล้ว
เพราะมีหวางเฟยเซวียน ก็เลยทำให้เรื่องบาดหมางระหว่างเขากับจ้าวจี้มันเพิ่มขึ้นอีกเรื่องก็เท่านั้น