เช่นนั้นแล้วตั้งแต่ต้นจนจบเขาไม่คิดว่าการที่เขามีเรื่องกับจ้าวจี้หนักขึ้น มันจะเกี่ยวอะไรกับนางแม้แต่น้อย
ยืนอยู่เบื้องหน้าหวางเฟยเซวียน ต้วนหลิงเทียนมองพินิจจ้าวไป๋ฉวี่กับจ้าวเฮยถูด้วยสายตาไม่แยแส คล้ายไม่ได้กำลังเผชิญหน้ากับอริยะเซียน 2 คน…แต่เป็นแค่จอมยุทธ์ดาษๆไร้ฝีมือเท่านั้น
“นับว่าเจ้ายังเป็นลูกผู้ชายอยู่! แต่บางครั้งคิดทำเป็นวีรบุรุษปกป้องหญิงงามมันก็มีราคาที่ต้องจ่ายสูงหน่อย…กระทั่งต่อให้ทำไม่สำเร็จก็ยังต้องจ่ายราคาอย่างหนัก!”
จ้าวเฮยถูแสยะยิ้มกว้างน่ากลัว ชวนให้ขนลุกนัก
“เจ้ามิได้ยินที่น้องเล็กข้ากล่าวหรือ! ยังไม่รีบมาคุกเข่าขอขมาน้องเล็กข้าอีก!!”
จ้าวไป๋ฉวี่มองต้วนหลิงเทียนตาขวางกล่าวสั่งเสียงดัง
“จ้าวไป๋ฉวี่ จ้าวเฮยถู”
ตอนนี้เองหวังพีพลันก้าวขึ้นมาอีกไม่กี่ก้าว คั่นกลางระหว่างต้วนหลิงเทียนกับทั้งคู่ด้วยใบหน้าบึ้งตึง “วันนี้ใครถูกใครผิดพวกเจ้าสมควรรู้ดีแก่ใจ…อย่าให้มันมากเกินไปนัก!”
“อะไรหวังพี หรือเจ้าคิดจะช่วยมัน?”
จ้าวเฮยถูกล่าวออกด้วยรอยยิ้มแสยะ “ข้าจำได้ว่าระหว่างเจ้ากับข้า…ก่อนหน้านี้เป็นเจ้าที่แพ้มิใช่หรือ?”
ได้ยินคำนี้ของจ้าวไป๋ฉวี่ กอปรกับสังเกตเห็นแววตาที่มองมาโดยรอบ หวังพีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกอึมครึมในใจ สีหน้ายังเปลี่ยนเป็นถมึงทึง “จ้าวเฮยถู ศิษย์น้องหลิงเทียนต่างจากข้า คิดหาเรื่องเขา เช่นนั้นเจ้าก็เตรียมใจไว้ให้ดีเถอะ…”
“เจ้าหมายความว่าอะไร?”