“เจ้าดูเอาเถอะ…พรสวรรค์ทั้งพลังฝีมือของเจ้าเป็นที่ยอมรับนับถือของผู้คนขนาดไหน…หลังจบการประลองครั้งนี้ไป ข้ากลัวว่าคงอีกมินาน ท่านจ้าวตำหนักต้องมาหาเจ้าแน่”
เมื่อเห็นถึงสายตาเลื่อมไสที่จับจ้องมองไปยังต้วนหลิงเทียน หวังพีพลันมองกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม แววตาของมันก็มีความเคารพปนอยู่เช่นกัน
“จ้าวตำหนักมาหาข้า?”
ต้วนหลิงเทียนอึ้ง “มาหาข้าทำไม?”
“ท่านจะมาหาเจ้าเพื่ออันใดได้อีกเล่า แน่นอนว่าย่อมคิดรับเจ้าเป็นศิษย์ส่วนตัว…อันที่จริงด้วยพรสวรรค์ศักยภาพของเจ้า น่ากลัวท่านจ้าวตำหนักจะคิดรับเจ้าเป็นศิษย์ปิดสำนักด้วยซ้ำ!”
กล่าวถึงตรงนี้ แววตาที่หวังพีใช้มองต้วนหลิงเทียนก็เต็มไปด้วยความอิจฉา
ในตำหนักฟ้าลี้ลับ จ้าวตำหนักคือตัวตนสูงสุดขณะเดียวกันยังเป็นผู้ที่มีพลังฝีมือสูงส่งที่สุดในตำหนักฟ้าลี้ลับ หากใครได้เป็นศิษย์ล่ะก็ อนาคตย่อมสดใสไร้จำกัด!
“ศิษย์ส่วนตัว ไม่แน่ก็เป็นศิษย์ปิดสำนัก?”
หากเป็นคนทั่วไปมาได้ฟัคำหวังพีเกรงว่าคงตื่นเต้นยินดีแทบตาย ทว่าสำหรับต้วนหลิงเทียนแล้วเรื่องนี้กลายเป็นน่ารำคาญ
ในอดีตตอนที่เขาอยู่ทวีปเมฆาล่องเขาไม่คิดรับใครเป็นอาจารย์ เพราะเขามีความทรงจำของจักรพรรดิกลับชาติมาเกิด จึงรู้สึกว่าไม่มีใครดีพอจะเป็นอาจารย์ของเขาได้!
ในดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า เขาได้พบกับเจ้าเมืองชงซัน ทว่าเพียงนับอีกฝ่ายเป็นครู ไม่ใช่อาจารย์