ต่อมาพอเขาได้สืบทอด ยอดใจกระบี่ อันเป็นเคล็ดบำเพ็ญจิตเต๋ากระบี่สูงสุดที่เป็นมรดกตกทอดของเซียนกระบี่ฟงชิงหยาง เขาจึงยึดถือฟงชิงหยางเป็นอาจารย์ในใจ เรียกว่าใจเขายอมรับเพียงคนผู้นี้เท่านั้น เช่นนั้นเรื่องที่จ้าวตำหนักฟ้าลี้ลับคิดรับเขาเป็นศิษย์อะไรนั้นเขาไม่สนใจ
ในใจเขามีอาจารย์ได้เพียงคนเดียวเท่านั้น!
และเมื่อใจเขายึดถือเซียนกระบี่ฟงชิงหยาง ผู้ถ่ายทอดยอดใจกระบี่เป็นอาจารย์ไปแล้ว เขายังถือว่าตัวเองเป็นผู้สืบทอดหมอกพิรุณที่ฟงชิงหยางฝากฝังไว้อีกด้วย!
ก่อนที่จะเริ่มคัดเลือกศิษย์ที่สิทธิ์เข้าแดนลับเซียน เรียกว่าต้วนหลิงเทียนกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนมากกว่าใดอื่น!
ศิษย์ตำหนักฟ้าลี้ลับจากวังต่างๆที่มาชมดู ต่างหันมองต้วนหลิงเทียนเป็นระยะๆ วาจาที่สนทนากันส่วนใหญ่ในลานก็ล้วนมีนามหลิงเทียนโผล่มาไม่หยุด
“หลิงเทียน”
ตอนนี้เองหลิวเจี้ยนกับเริ่นเฟยที่เดิมอยู่ห่าง ก็เดินเข้ามาหาต้วนหลิงเทียนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม กล่าวคำทักทายทั้งขอบคุณ “พวกเราขอขอบคุณเจ้าที่ให้โอกาสพวกเราเข้าร่วมกลุ่ม”
ต้วนหลิงเทียนไม่ทันได้พูดอะไร เป็นหวางเฟยเซวียนที่มาตั้งแต่ตอนไหนไม่ทราบกล่าวออกด้วยน้ำเสียงจิกกัด “ฮึ! พวกเจ้าไม่ต้องรีบขอบคุณไปหรอก! ผู้ใดจะไปรู้ว่าพวกเจ้าจะได้สิทธิ์เข้าแดนลับเซียนหรือไม่..หากพวกเจ้าไม่อาจชิงสิทธิ์เข้าแดนลับเซียนมาได้ เช่นนั้นก็ไม่ต้องกล่าวถึงการร่วมมืออันใด!”
“แม่นางหวางเฟยเซวียนกล่าวถูกแล้ว…”