หวางเฟยเซวียนเบ้ปากมองต้วนหลิงเทียนด้วยใบหน้าไม่เชื่อทันที “นี่เจ้าคิดจริงๆหรือว่าจะไม่มีเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุดคนไหนทำอะไรเจ้าได้อีก เพียงเพราะเจ้าเอาชนะพี่น้องสกุลลั่วได้? ข้าจะบอกอะไรให้นะ! หากเป็นยอดฝีมือเซียนขัดเกลาขั้นสูงสุดมาเอง..พี่น้องสกุลลั่วก็ไม่นับเป็นตัวอะไร! กระทั่งเจ้าอาจจะพ่ายแพ้ในพริบตาทั้งมีสภาพอนาถาไม่ต่างใดกับพี่น้องสกุลลั่วก็เป็นได้!”
เมื่อเห็นว่าหวางเฟยเซวียนคิดว่าเขาโม้โอ้อวด ต้วนหลิงเทียนก็ได้แต่ส่ายหน้าไปมา ไม่คิดกล่าวอธิบายอะไรอีก
ฉากนี้ทำให้หวางเฟยเซวียนกระหยิ่มยิ้มย่องขึ้นมา ราวกับจับ ‘ซี่โครงอ่อน’ ของต้วนหลิงเทียนได้ จนทำให้ต้วนหลิงเทียนเถียงไม่ออก
สำหรับหวังพีและคนอื่นๆ ก็เป็นธรรมดาที่จะเห็นด้วยกับวาจาของหวางเฟยเซวียน ไม่มีใครเชื่อคำของต้วนหลิงเทียนสักคน
ไม่แพ้ใครใต้อริยะเซียน?
วาจา 6 คำนี้กล่าวออกง่ายดาย หากแต่คิดกระทำให้สำเร็จ…ยากเย็นนัก!
เวลาผ่านไปอีกสักพัก รองจ้าววังนภาเซียวยี่ก็ปรากฏตัวขึ้น เพื่อเป็นคนดำเนินการจัดการคัดเลือกผู้ที่จะมีสิทธิ์เข้าแดนลับเซียน
หลังจากที่เซียวยี่ปรากฏตัวขึ้นมา หวังพีก็กล่าวคำอำลาต้วนหลิงเทียน ก่อนที่จะเหินร่างไปอยู่ข้างกายของเซียวยี่และเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น ยังเน้นย้ำถึงพลังฝีมือต้วนหลิงเทียน
“ว่าอะไร!?”